Upload
Download free for 30 days
Login
Submit search
หน่วยที่2
1 like
13,143 views
Wan Ngamwongwan
สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด
Education
Read more
1 of 88
Download now
Downloaded 29 times
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
Most read
15
Most read
16
17
18
19
Most read
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
51
52
53
54
55
56
57
58
59
60
61
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
77
78
79
80
81
82
83
84
85
86
87
88
More Related Content
PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
Thanyamon Chat.
PDF
พยางค์และคำ 2
Aunop Nop
PDF
อาณาจักรฟังไจ
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
yangclang22
PPTX
14.พืช C4 and CAM
Wichai Likitponrak
PDF
ราก (T)
Thitaree Samphao
PPTX
สมบัติของสารและการจำแนก
Supaluk Juntap
PDF
Petroleum : ปิโตรเลียม
Rajamangala University of Technology Phra Nakhon (RMUTP)
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
Thanyamon Chat.
พยางค์และคำ 2
Aunop Nop
อาณาจักรฟังไจ
Pinutchaya Nakchumroon
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
yangclang22
14.พืช C4 and CAM
Wichai Likitponrak
ราก (T)
Thitaree Samphao
สมบัติของสารและการจำแนก
Supaluk Juntap
Petroleum : ปิโตรเลียม
Rajamangala University of Technology Phra Nakhon (RMUTP)
What's hot
(20)
PDF
translocation in plant
Thanyamon Chat.
PDF
โลกของเรา (The Earth)
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
PDF
ใบงาน 8.1 8.2
oraneehussem
PDF
โครงงานIs3
Arisa Srising
PDF
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
Khemjira_P
PDF
ปัญหาน้ำเน่าเสีย
พัน พัน
PDF
142968777910465
YingZaa TK
PDF
โครงสร้างอะตอม Atoms
BELL N JOYE
PDF
การตกผลึก
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
PDF
ตัวอย่างโครงงาน
Sattawat Backer
PDF
04 บทที่ 4-ผลการดำเนินโครงงาน
Tanyarad Chansawang
PDF
ปัจจัย
Oui Nuchanart
PDF
อาณาจักรสิ่งมีชีวิต
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
PDF
สังเคราะห์แสง3
Anana Anana
PDF
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
Thanyamon Chat.
PPTX
การค้นพบสารพันธุกรรม
Sawaluk Teasakul
PPTX
monera-new.pptx
PangAcoustica
DOCX
โครงงานเรื่อง กล้วยฉาบ
Lorpiyanon Krittaya
PDF
แบบทดสอบระบบประสาท
Wichai Likitponrak
PDF
การใช้คำสำหรับพระสงฆ์
พัน พัน
translocation in plant
Thanyamon Chat.
โลกของเรา (The Earth)
ครูเสกสรรค์ สุวรรณสุข
ใบงาน 8.1 8.2
oraneehussem
โครงงานIs3
Arisa Srising
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
Khemjira_P
ปัญหาน้ำเน่าเสีย
พัน พัน
142968777910465
YingZaa TK
โครงสร้างอะตอม Atoms
BELL N JOYE
การตกผลึก
ศศิกัญญา ดอนดีไพร
ตัวอย่างโครงงาน
Sattawat Backer
04 บทที่ 4-ผลการดำเนินโครงงาน
Tanyarad Chansawang
ปัจจัย
Oui Nuchanart
อาณาจักรสิ่งมีชีวิต
กมลรัตน์ ฉิมพาลี
สังเคราะห์แสง3
Anana Anana
การสืบพันธุ์ของพืชดอกโครงสร้างดอก
Thanyamon Chat.
การค้นพบสารพันธุกรรม
Sawaluk Teasakul
monera-new.pptx
PangAcoustica
โครงงานเรื่อง กล้วยฉาบ
Lorpiyanon Krittaya
แบบทดสอบระบบประสาท
Wichai Likitponrak
การใช้คำสำหรับพระสงฆ์
พัน พัน
Ad
Viewers also liked
(20)
PDF
หน่วยที่2สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด
Wan Ngamwongwan
PDF
3การแลกเปลี่ยนแก๊ส
Wan Ngamwongwan
PDF
การสืบพันธุ์
Wan Ngamwongwan
PPTX
การสืบพันธุ์และหารเจริญเติบโตของสัตว์
สงบจิต สงบใจ
PPTX
ไบโอม
Kittiya GenEnjoy
PDF
การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
DOC
1แบบฝึกท้ายบทบทที่ 8 ชุดที่ 1
sukanya petin
PDF
็Hormone
sukanya petin
PDF
แบบฝึกท้ายบทบท 8 ชุดที่ 1
sukanya petin
PDF
Photosynthetic reaction
sukanya petin
PDF
การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์Blank
Thanyamon Chat.
PDF
Pigment
sukanya petin
PDF
Root structure and function
sukanya petin
PDF
Plant tissue
sukanya petin
PDF
บท2สืบพันธุ์พืชดอก
Wichai Likitponrak
PDF
ฟีโรโมน
sukanya petin
PDF
บทที่ 11 การสืบพันธ์และการเจริญเติบโต
ฟลุ๊ค ลำพูน
PDF
การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
sukanya petin
PDF
ต่อมไร้ท่อ
sukanya petin
PDF
หน่วยที่1ชายหาด
Wan Ngamwongwan
หน่วยที่2สิ่งมีชีวิตและการดำรงชีวิตบริเวณชายหาด
Wan Ngamwongwan
3การแลกเปลี่ยนแก๊ส
Wan Ngamwongwan
การสืบพันธุ์
Wan Ngamwongwan
การสืบพันธุ์และหารเจริญเติบโตของสัตว์
สงบจิต สงบใจ
ไบโอม
Kittiya GenEnjoy
การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง
สุรินทร์ ดีแก้วเกษ
1แบบฝึกท้ายบทบทที่ 8 ชุดที่ 1
sukanya petin
็Hormone
sukanya petin
แบบฝึกท้ายบทบท 8 ชุดที่ 1
sukanya petin
Photosynthetic reaction
sukanya petin
การรับรู้และตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์Blank
Thanyamon Chat.
Pigment
sukanya petin
Root structure and function
sukanya petin
Plant tissue
sukanya petin
บท2สืบพันธุ์พืชดอก
Wichai Likitponrak
ฟีโรโมน
sukanya petin
บทที่ 11 การสืบพันธ์และการเจริญเติบโต
ฟลุ๊ค ลำพูน
การรักษาดุลยภาพของร่างกายด้วยฮอร์โมน
sukanya petin
ต่อมไร้ท่อ
sukanya petin
หน่วยที่1ชายหาด
Wan Ngamwongwan
Ad
Similar to หน่วยที่2
(20)
PDF
ธนาคารความรู้ การดำรงชีวิตของพืช
Kunnanatya Pare
PDF
โครงการปลูกป่าชายเลน1
nananattie
PDF
ระบบนิเวศ
Jira Boonjira
PDF
โครงการปลูกหญ้าแฝก1
Nuttayaporn2138
PDF
ผักบุ้งทะเล
Krujhim
PDF
ทรัพยากรน้ำ
Jiraporn
PDF
ecosystem
pitsanu duangkartok
PPT
Pw ecosystem
Oui Nuchanart
PDF
Biomapcontest2014 timber
Wichai Likitponrak
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PDF
ม.6 นิเวศ
Wichai Likitponrak
PDF
Powerpoint โครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
PPT
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
PDF
Biomapcontest2014 กะหล่ำปุ้ง
Wichai Likitponrak
PPTX
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
Wichai Likitponrak
PPT
พืชที่อยู่รอบตัวเรา
sujitrapa
ธนาคารความรู้ การดำรงชีวิตของพืช
Kunnanatya Pare
โครงการปลูกป่าชายเลน1
nananattie
ระบบนิเวศ
Jira Boonjira
โครงการปลูกหญ้าแฝก1
Nuttayaporn2138
ผักบุ้งทะเล
Krujhim
ทรัพยากรน้ำ
Jiraporn
ecosystem
pitsanu duangkartok
Pw ecosystem
Oui Nuchanart
Biomapcontest2014 timber
Wichai Likitponrak
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
ม.6 นิเวศ
Wichai Likitponrak
Powerpoint โครงงานสำรวจป่าไม้ในตำบลคำนาดี
อาภัสรา ยิ่งคำแหง
พืชรอบตัวเรา
sujitrapa
Biomapcontest2014 กะหล่ำปุ้ง
Wichai Likitponrak
บทที่ 1 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
Wichai Likitponrak
พืชที่อยู่รอบตัวเรา
sujitrapa
More from Wan Ngamwongwan
(20)
PDF
2 genetic material
Wan Ngamwongwan
PDF
1chrmosome
Wan Ngamwongwan
PDF
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล
Wan Ngamwongwan
PDF
1วิวัฒนาการ
Wan Ngamwongwan
PDF
3พันธุศาสตร์ประชากร
Wan Ngamwongwan
PDF
dnaกับลักษณะทางพันธุกรรมม.5
Wan Ngamwongwan
PDF
สราวุฒิ-รณรงค์เลิกบุหรี่
Wan Ngamwongwan
PDF
รณรงค์งดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
PPTX
----งานหลัก-----
Wan Ngamwongwan
PDF
รณรงค์งดสูบบุหรี่1
Wan Ngamwongwan
PDF
หยุดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
PDF
งดบุหรี่
Wan Ngamwongwan
PDF
หยุดทำร้ายผู้อื่น
Wan Ngamwongwan
PDF
โรคหลอดเลือดหัวใจ
Wan Ngamwongwan
PDF
รณรงค์งดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
PDF
กระดูกพรุน 4 3
Wan Ngamwongwan
PDF
โรคมะเร็งกล่องเสียง (1)
Wan Ngamwongwan
PDF
มะเร็งหลังโพรงจมูก
Wan Ngamwongwan
PDF
แผลในกระเพาะอาหาร (1)
Wan Ngamwongwan
PDF
โรคหลอดลมอักเสบ
Wan Ngamwongwan
2 genetic material
Wan Ngamwongwan
1chrmosome
Wan Ngamwongwan
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแอลลีล
Wan Ngamwongwan
1วิวัฒนาการ
Wan Ngamwongwan
3พันธุศาสตร์ประชากร
Wan Ngamwongwan
dnaกับลักษณะทางพันธุกรรมม.5
Wan Ngamwongwan
สราวุฒิ-รณรงค์เลิกบุหรี่
Wan Ngamwongwan
รณรงค์งดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
----งานหลัก-----
Wan Ngamwongwan
รณรงค์งดสูบบุหรี่1
Wan Ngamwongwan
หยุดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
งดบุหรี่
Wan Ngamwongwan
หยุดทำร้ายผู้อื่น
Wan Ngamwongwan
โรคหลอดเลือดหัวใจ
Wan Ngamwongwan
รณรงค์งดสูบบุหรี่
Wan Ngamwongwan
กระดูกพรุน 4 3
Wan Ngamwongwan
โรคมะเร็งกล่องเสียง (1)
Wan Ngamwongwan
มะเร็งหลังโพรงจมูก
Wan Ngamwongwan
แผลในกระเพาะอาหาร (1)
Wan Ngamwongwan
โรคหลอดลมอักเสบ
Wan Ngamwongwan
หน่วยที่2
1.
1
หน่วยที่ 2 สิ่งมีชีวิต และการดารงชีวิต บริเวณชายหาด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายบทบาทของพืชในระบบนิเวศชายหาดได้ 2. อธิบายลักษณะของผู้ผลิตขั้นต้นของชายหาดได้ 3. บอกลักษณะการปรับตัวของพืชที่ขึ้นบริเวณชายหาดได้ 4. วิเคราะห์และจําแนกลักษณะของพืชชายหาดได้ 5. บอกแหล่งที่อยู่ การดํารงชีวิตและลักษณะของสัตว์กลุ่มต่าง ๆ ในระบบนิเวศชายหาดได้ 6. บอกความแตกต่างและจําแนกกลุ่มสัตว์ในระบบนิเวศชายหาดได้ 7. อธิบายการปรับตัวของสัตว์ในระบบนิเวศชายหาดได้ 8. บอกปัจจัยที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศชายหาดได้ 9. อธิบายองค์ประกอบของระบบนิเวศชายหาดได้ 10. อธิบายและเขียนแผนผังแสดงการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ ชายหาดได้
2.
2
2.1 พืชและการปรับตัวของพืช ในระบบนิเวศชายหาด บริเวณชายหาดไม่ค่อยเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช แต่เรายังพบพืชหลายชนิดขึ้นอยู่ได้ .. .....เด็ก ๆ สงสัยไหมว่า..พืชเหล่านี้มีบทบาทและวิธีการ ปรับตัวอย่างไรจึงอยู่ที่ชายหาดได้ แล้วพืชมีบทบาทอย่างไรในระบบนิเวศชายหาด ใช่แล้ว..มีแต่น้ําเค็ม .....พี่กบช่วยเฉลยหน่อยสิ.. พืชจะอยู่ได้ไง... ได้เลยจ้ะเด็ก ๆ ตามพี่กบมาเลยจ้ะ... พี่กบจะพาไปสํารวจชายหาด ว่ามีพืช อะไรบ้าง และหน้าตาเป็นอย่างไร..
3.
3
บทบาทของพืช พืชเป็นผู้ผลิตขั้นต้น ผู้ผลิตขั้นต้น ในระบบนิเวศทุก ๆ ระบบนิเวศ จะต้องมีผู้ผลิตขั้นต้น โดยผู้ผลิตขั้นต้นนี้ เป็นแหล่งอาหาร หรือ แหล่งพลังงานให้กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ในระบบนิเวศ ผู้ผลิตขั้นต้น ที่สําคัญในระบบนิเวศชายหาดคือ กลุ่มพืช พืชเป็นผู้สร้างอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตอื่นโดยกระบวนการ สังเคราะห์แสง หรือที่เรียกว่า photosynthesis เป็นแหล่งพลังงานให้แก่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในระบบ นิเวศทั้งหมดทางสายใยอาหาร กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis) การสังเคราะห์ด้วยแสงนี้เป็นปฏิกิริยาเคมี ที่ต้องการสารตั้งต้นสามตัว คือ แสงแดดจากดวงอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ํา การสังเคราะห์ด้วยแสงนี้จะเกิดขึ้นภายในเม็ดสี หรือ คลอโรฟิลล์ซึ่งอยู่ภายในใบพืช ทําให้ ใบพืชมีสีเขียว สารประกอบที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงคือก๊าซออกซิเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่เราใช้ หายใจ และน้ําตาลกลูโคส
4.
4 พืชใช้น้ําตาลเพื่อการเจริญเติบโตของใบ และสัตว์จะกินใบพืชเหล่านี้เป็นอาหาร
การผลิต น้ําตาลของพืชนี้ต้องการวัตถุดิบเพียงแสงแดด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ําเท่านั้น แต่การ เจริญเติบโตของพืชก็ต้องการสารอาหารเพื่อเปลี่ยนน้ําตาลให้อยู่ในรูปของสารประกอบอื่น ๆ ที่จําเป็น ได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุ สารอาหารตัวสําคัญที่ทําให้พืชเติบโต คือ ธาตุไนโตรเจน (N) และฟอสฟอรัส (P) กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 6CO2 + 6H2O + แสงอาทิตย์ C6H12O6 + 6O2 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ + น้ํา + แสงอาทิตย์ น้ําตาลกลูโคส + ออกซิเจน พืชจัดเป็นผู้ผลิตเบื้องต้น ที่ผลิตสารอินทรีย์จากสารอนินทรีย์ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า กลุ่ม Autotrophs ส่วนสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารนั้น จัดเป็นผู้บริโภคขั้นต้น หรือ ผู้บริโภคลําดับ ที่หนึ่ง (primary consumer) เรียกว่า heterotrophs เนื่องจากไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ หรือ herbivores หมายถึง สัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร ส่วนสัตว์ที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหารนั้น จัดเป็น ผู้บริโภคลําดับที่สอง (secondary consumer) เรียกว่า carnivores เด็ก ๆ รู้หรือยังว่าพืชน่ะ สําคัญมากแค่ไหน..
5.
5
ใครบ้างที่เป็นผู้ผลิตในระบบนิเวศชายหาด... ตามพี่กบไปศึกษากันเลยจ้ะ... ผู้ผลิตในระบบนิเวศชายหาด 1. แพลงก์ตอนพืช ภาพที่ 2 - 1 ไดอะตอม ที่มา: http://www.sci.psu.ac.th/chm/biodiversity/beach_plant.html แพลงก์ตอนพืช เป็นผู้ผลิตขั้นต้นที่สําคัญของห่วงโซ่อาหารบริเวณชายหาด กลุ่มแพลงก์ตอนที่พบมาก ได้แก่ ไดอะตอมสาหร่าย กลุ่มนี้เป็นสาหร่ายเซลล์เดียว และใช้ชีวิตเป็นแพลงก์ตอนล่องลอยอยู่ในน้ํา หรือเกาะอยู่ตามเม็ดทรายมีขนาด เล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่อง
6.
6
2. สาหร่ายทะเล สาหร่ายทะเล (seaweeds หรือ marine algae) เป็นพืชชั้นต่ํา ไม่มีระบบท่อลําเลียง อาหารจากรากสู่ลําต้นและใบแบบพืชชั้นสูงเช่นหญ้าทะเล แต่จะใช้วิธีดูดซับน้ําและแร่ธาตุ จากน้ําทะเลสู่เซลล์ต่างๆโดยตรง พืชกลุ่มนี้ไม่มีดอกและผล แพร่กระจายพันธุ์ด้วยการสร้างสปอร์ และแบ่งตัว สาหร่ายทะเลมีลักษณะมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบที่เป็นแพลงก์ตอนลอยไปลอย มาในน้ํา บางชนิดจับตัวกันเป็นกลุ่มเซลล์หรือเป็นสายเซลล์ จนถึงชนิดที่เป็นต้นดูคล้ายพืชชั้นสูง สาหร่ายทะเลแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ตามโครงสร้างและสีของสารสังเคราะห์แสงได้ เป็น 4 กลุ่ม คือ 1. สาหร่ายสีเขียว (green algae) เช่น สาหร่ายใบแปะก๊วย 2. สาหร่ายสีน้ําตาล (brown algae) เช่น สาหร่ายเห็ดหูหนู 3. สาหร่ายสีแดง (red algae) เช่น สาหร่ายวุ้น 4. สาหร่ายสีเขียวแกมน้ําเงิน (blue- green algae) เช่น สาหร่ายผมนาง สําหรับประเทศไทย ซึ่งอยู่ในเขตร้อนซึ่งมีแสงจัด บางครั้งสาหร่ายจะมีสีเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็น
7.
7
ตัวอย่างสาหร่ายจ้ะ... ก.สาหร่ายใบแปะก๊วย ข. สาหร่ายเห็ดหูหนู ค. สาหร่ายวุ้น ง. สาหร่ายผมนาง ภาพที่ 2 - 2 สาหร่ายสีเขียว (ก.) สาหร่ายสีน้ําตาล (ข.) สาหร่ายสีแดง (ค.) สาหร่ายสีเขียวแกมน้ําเงิน (ง) ที่มา : http://rmbr.nus.edu.sg/projectsemakau/index.php?option
8.
8
3. พืชชายหาด ระบบนิเวศชายหาดไม่ค่อยเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช เพราะตะกอนทรายมีขนาด อนุภาคใหญ่มีช่องว่างเยอะทําให้ไม่อุ้มน้ําและมีแร่ธาตุน้อย แต่ก็ยังมีพวกพืชบุกเบิก หรือ pioneering species เป็นพืชชนิดแรกที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่มีวิวัฒนาการจนเป็นกลุ่มหรือสังคม พืชขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว ซึ่งพืชเหล่านี้จะยึดกับทรายและเมื่อมันตายก็จะเป็นการเพิ่มแร่ธาตุให้กับ ทรายไปด้วย เมื่อระยะเวลาผ่านไปการเจริญเติบโตของมันก็จะทําให้ดินบริเวณนั้นมีการ เปลี่ยนแปลง เพราะมีการหมุนเวียนของแร่ธาตุเกิดขึ้น พืชกลุ่มที่มีอายุน้อยสุดหรือมีรูปแบบง่ายๆจะพบบริเวณใกล้กับชายหาด ส่วนกลุ่มพืชที่ สูงกว่าและรูปแบบซับซ้อนกว่าจะอยู่ลึกเข้าไปด้านหลังของชายหาด หากบริเวณนี้มีขอบเขตที่กว้าง มากก็จะเป็นการบ่งบอกถึงอายุของดินที่อยู่ชั้นล่างด้วย หากชายฝั่งที่เป็นหน้าหาดทรายถูกกัดเซาะ เข้ามามากจนบริเวณหน้าหาดที่เป็นหาดทรายหายไป บริเวณด้านหน้าหาดก็จะพบพืชที่มีขนาดใหญ่ แทนเพราะไม่มีพื้นที่หน้าหาดให้พืชขนาดเล็กเจริญเติบโตได้อีก พืชชายหาดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมี เด็ก ๆ ตามพี่กบไป วิธีการปรับตัวในการดํารงชีวิตแตกต่างกันไป สํารวจพืชพรรณไม้ ที่พบได้บ่อยบริเวณ ชายหาดกัน.......
9.
9
3.1 พืชล้มลุก (Herbaceous Plants) 3.1.1 ผักบุ้งทะเล (Sea Morning Glory) พืชบุกเบิกหน้าหาด ลําต้นเหนียวขึ้นทอดต่อกัน เป็นร่างแหคลุมพื้นทราย โดยมีรากทําหน้าที่ยึด พื้นทรายและหาน้ํา ผักบุ้งทะเลจะขึ้นอยู่เป็นหย่อม ขยายบริเวณไม่กว้างมากนัก ดอกคล้ายแตรสีม่วง อมชมพู ผลเป็นกาบแข็งลอยน้ําได้ มักพบขึ้นตาม หน้าหาดที่มีทรายเข้ามาทับถมเป็นแนวลาดเอียง ไม่ชันมากผักบุ้งทะเลจะช่วยป้องกันการกัดเซาะ บริเวณหาดทรายจากคลื่นที่ซัดเข้ามา ภาพที่ 2 - 3 ผักบุ้งทะเล ที่มา : http://www.thaihealth.in.th/2011/09/02/ผักบุ้งทะเล-สมุนไพร การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ของผักบุ้งทะเล ระบบรากและลําต้นร่างแหช่วยยึดผืนทราย และหาน้ํา และคอยดักเศษไม้เศษใบไว้ย่อยสลายสะสม เป็นสารอินทรีย์หน้าผิวดินให้พืชชายหาดอื่นๆเข้ามายึด พื้นที่ได้ต่อไป ใบหนาค่อนข้างอวบน้ํา แผ่ออกในตอนเช้า และจะพับเข้าเมื่อแดดแรงจัด เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ํา
10.
10 3.1.2 หญ้าลอยลม (
Beach Spinifex) หญ้าบุกเบิกหน้าหาด ลําต้นแข็ง เหนียว ใบมีลักษณะม้วนแหลม ช่วยป้องกันการสูญเสีย น้ํา ใบงอกจากต้นเป็นดาวกระจายมักหลุดกลิ้ง ตามลมไปกับพื้นทราย เมื่อถูกทรายปลิวกลบ จะแทงยอดใหม่ขึ้นมา มักพบขึ้นตามหาดที่แห้งแล้ง ภาพที่ 2 - 4 หญ้าลอยลม ที่มา : http://www.biogang.net/biodiversity การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ของหญ้าลอยลม ระบบรากและลําต้นแบบร่างแหช่วยยึด ผืนทรายและหาน้ํา และคอยดักเศษไม้เศษใบไว้ย่อย สลายสะสมเป็นสารอินทรีย์หน้าผิวดิน ให้พืช ชายหาดอื่นๆ สามารถเข้ามายึดพื้นที่ได้ต่อไป ต้นและใบแข็งม้วนแหลม ช่วยป้องกัน การสูญเสียน้ํา ใบงอกจากต้นเป็นรูปดาวกระจาย สามารถแตกออกเป็นต้นใหม่ได้โดยกลิ้งตามลมไป กับพื้นทราย
11.
11 3.1.3 ผักเบี้ยทะเล (Sea
Purslane) เป็นพืชคลุมดินมีลําต้นทอดต่อกัน เป็นร่างแห หยั่งรากยึดเป็นจุด ๆ ขึ้นได้ ทั้งบนพื้นทรายและตามซอกหินที่มีดิน เพียงเล็กน้อย ใบเล็กรีหนาอวบน้ํา ผิวใบ หนา ดอกมี 5 กลีบ มีสีม่วงอมชมพู ภาพที่ 2 - 5 ผักเบี้ยทะเล ที่มา : http://tanhakit.blogspot.com/2010/12/ sesuvium-portulacastrum-l.html การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ของผักเบี้ยทะเล ใบหนาอวบน้ําช่วยเก็บน้ํา และ ป้องกันการสูญเสียน้ํา ระบบรากและลําต้นร่างแห ช่วยยึดผืนทรายและหาน้ํา
12.
12 3.1.4 พลับพลึงทะเล หรือ
พลึงเล (Sea Lily) ภาพที่ 2 – 6 พลับพลึงทะเลหรือพลึงเล ที่มา : http://www.biogang.net/biodiversity พลับพลึงทะเลจะขึ้นเป็นดงยาวไปตามหน้าหาด ใบยาวหนาค่อนข้างอวบน้ํา รากเหนียวแผ่กว้าง เชื่อมต่อกันจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของพลับพลึงทะเล ระบบรากเป็นร่างแหขนาดใหญ่ทําหน้าที่ ช่วยยึดผืนหาดและหาน้ํา ใบหนา ค่อนข้างอวบน้ํา ผิวมันวาว ช่วยสะท้อนแสงแดดและป้องกันการสูญเสียน้ํา
13.
13
3.2 ไม้พุ่ม (Shrubs) ไม้พุ่ม หมายถึง ต้นไม้ยืนต้นมีอายุอยู่ได้นานหลายปี ลําต้นสูงไม่เกิน 6 เมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม 3.2.1 รักทะเล (Sea Lettuce) ภาพที่ 2 - 7 รักทะเล ที่มา : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=209363 รักทะเล จะขึ้นอยู่ตามแนวหน้าหาด ใบหนา มีความมันวาวสีเขียวใส แตกใบเป็นกระจุก ที่ปลายกิ่ง เมื่อดอกบาน กรวยดอกด้านบนจะฉีกออกและกลีบดอกห้ากลีบจะแผ่ตกลงมาเป็นรูปพัด ครึ่งวงกลม ผลมีลักษณะกลมสีขาว รากใช้แก้พิษอาหารทะเล ใบตําพอกแก้ปวดบวม การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของรักทะเล มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและหาน้ํา ใบหนาอวบน้ํา เป็นมันวาว สะท้อนแดดและป้องกันกันการสูญเสียน้ํา ผลลอยน้ํา แพร่กระจายไปกับคลื่น
14.
14
3.2.2 ชะคราม (Sea blite) ภาพที่ 2 - 8 ชะคราม ที่มา : http://www.biogang.net/biodiversity ชะครามเป็นไม้พุ่มเตี้ย ใบหนาอวบน้ําสีเขียวอมม่วงแดง ลักษณะใบเป็นลําแท่งแตกสลับกันอยู่รอบ ๆ แกนกิ่ง คล้ายแปรงล้างขวด ดอกขึ้นเป็นกระจุกบริเวณโคนใบ การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ใบหนาอวบน้ํา ช่วยเก็บน้ําและป้องกันการสูญเสียน้ํา เกลือที่ดูดขึ้นมากับน้ําจะถูกแยกออก ทิ้งไว้ในช่องว่างระหว่างเซลล์ ใบจึงมีรสเค็ม พืชนี่ปรับตัวเก่งจัง..
15.
15
3.2.3 เสมาดอกชมพู (Wooly Joint Prickly Pear) ภาพที่ 2 - 9 เสมาดอกชมพู ที่มา : http://www.biogang.net/biodiversity เสมาดอกชมพู เป็นพืชกลุ่มเดียวกับกระบองเพชรมีถิ่นกําเนิดจากอเมริกากลาง ใบแบน อวบน้ํา ออกดอกสีชมพูเป็นดอกกรวยทรงป้อม มีกลีบดอกอวบหนาสั้น ๆ ซ้อนกันหลายกลีบ และมีพู่เกสรยาวสีชมพูสดที่ปลายดอก ผลสีแดง ผลและใบกินได้ มีคุณสมบัติช่วยควบคุมระดับ น้ําตาลในเลือด และการหมุนเวียนโลหิต การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของเสมาดอกชมพู ลําต้นและใบอวบเก็บน้ําได้มาก หนามและผิวหนาของใบ ยังช่วยเก็บน้ําและป้องกันการสูญเสียน้ําได้มาก มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและขยายพื้นที่หาน้ํา
16.
16
3.3 ไม้ยืนต้น 3.3.1 ปอทะเล (Sea Hibiscus) ภาพที่ 2 - 10 ปอทะเล ที่มา : http://www.gotoknow.org/blogs/posts/197998 ปอทะเล เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-10 เมตร เรือนยอดแผ่กว้าง ลําต้นมักคดงอ แตกกิ่งมาก เปลือกสีเทาหรือสีน้ําตาลอ่อน เปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ ลอกออกจาก ลําต้นได้ง่าย ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหัวใจออกทรงกลม ดอกจะบานในช่วงสาย มีสีเหลืองกลางดอกสี แดงเข้ม มีกลีบเลี้ยงดอกปลายแหลม 5กลีบ ตอนบ่ายดอกจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู แล้วค่อย ๆ เป็นสีแดง หลุดร่วงไปในเย็นวันเดียวกันหรือในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ผลที่สุกจะแห้ง ปริ และแตกออก เป็นร่องตามซีกผล เพื่อปล่อยให้เมล็ดหลุดออกมา เราจะพบปอทะเลได้บ่อยตามหาดทรายริมทะเล เปลือกปอทะเลใช้ทําเชือกได้ ส่วนใบใช้เป็นยารักษาแผล การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ใต้ใบมีขนอ่อนเล็ก ๆ ปกคลุม ช่วยกันลม ไม่ให้พัดน้ําระเหยออกมามากเกินไป
17.
17 มีรากแผ่กว้าง
ช่วยยึดพื้นทรายและขยายพื้นที่หาน้ํา 3.3.2 โพธิ์ทะเล (Portia Tree) ภาพที่ 2 - 11 โพทะเล ที่มา : http://www.intragroove.com/ โพธิ์ทะเล คล้ายปอทะเล ดอกมีสีเหลือง ตรงกลางดอก จะไม่เป็นวงสีแดง พอแก่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีแดง กลีบเลี้ยงดอก เป็นทรงรูปถ้วยปากกว้าง ใบเป็นรูปหัวใจคล้ายใบโพธิ์ ขอบใบเรียบ ผลสดกลม ไม่ปริแตกเหมือนปอทะเลจนกว่า จะแห้ง และมีกลีบเลี้ยงรูปถ้วยอยู่ที่ขั้วผล ใต้ใบมีขนอ่อน เล็ก ๆ ปกคลุม ไม้โพทะเลใช้ทําเครื่องเรือน เปลือกใช้ทําเชือก ใบนํามารักษาแผลได้ การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของโพธิ์ทะเล ใต้ใบมีขนอ่อนเล็ก ๆ ปกคลุม ช่วยกันลม ไม่ให้พัดน้ําระเหยออกมามากเกินไป มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและขยาย พื้นที่หาน้ํา
18.
18 3.3.3 หูกวาง (Tropical
Almond) ภาพที่ 2 - 12 หูกวาง ที่มา : http://www.niyommit.org/botanic/ หูกวาง เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 8 - 28 เมตร เปลือกเรียบ กิ่งแตกรอบลําต้นตามแนวนอนเป็นชั้น ๆ คล้ายฉัตร ใบใหญ่เป็นรูปไข่ ดอกสีขาวนวลขนาดเล็ก ขึ้นเป็นช่อยาว ไม่มีกลีบดอก ผลเป็นรูปไข่ค่อนข้างแบน เล็กน้อย เมล็ดกินได้รสชาติคล้ายถั่วอัลมอนด์ แก่นไม้ ใช้ทําสีย้อมผ้า การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของหูกวาง ใบค่อนข้างหนา อุ้มน้ํา มีผิวเคลือบใบหนา ป้องกันการสูญเสียน้ํา มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและขยาย พื้นที่หาน้ํา ผลมีกากเหนียวห่อหุ้ม ช่วยให้ลอยน้ําได้ สามารถกระจายไปกับคลื่น
19.
19 3.3.4 เตยทะเล (Seashore
Screwpine) ภาพที่ 2 - 13 เตยทะเล ที่มา : http://board.postjung.com/556543.html เตยทะเล เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4 - 8 เมตร แตกกิ่งก้านมากกว่า เตยชนิดอื่น ๆ มีรากค้ําจุนบริเวณโคนต้น ใบยาวออกสีเขียวอมฟ้าเทา ขอบใบ มีหนามแตกเวียนสลับรอบลําต้นเป็นกระจุกที่ปลายยอด ดอกสีขาวอมเขียว มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกผลรวมเป็นรูปกลมรี ดูคล้ายสับปะรดสีแสด ผลกินได้ ใบนําไปสานเสื่อ เปลือกใช้ทําเชือก ดอกมีคุณสมบัติช่วยบํารุงหัวใจและใช้ทํา เครื่องหอม รากส่วนที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นทรายใช้ขับปัสสาวะ การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของเตยทะเล ใบหนาอุ้มน้ํา หนามแข็งตรงปลายและริมขอบใบ ช่วยเก็บน้ําและลดการสูญเสียน้ํา มีรากค้ําจุน แผ่กว้าง ช่วยยึดและประคองลําต้น ผลมีกากห่อหุ้ม ลอยน้ําได้
20.
20
3.3.5 กระทิง หรือ สารภีทะเล (Alexandrine Laurel) ก. ดอกกระทิง ข.ผลกระทิง ภาพที่ 2 - 14 กระทิง ที่มา : ภาพ ก. http://mkkrating.blogspot.com/2011/08/blog-post.html ภาพ ข. http://www.school.net.th/library/createweb/10000/ science/10000-4533.html กระทิง เป็นไม้ยืนต้น สูง 8 - 20 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ทึบ ลําต้นมียางสีเหลือง ใส ๆ ซึมออกและแห้งติดตามเปลือก ใบมนรูปไข่ ปลายใบมนกว้าง เนื้อใบค่อนข้างหนา ดอก มีสีขาว กลิ่นหอมออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผลกลม ผิวเรียบสีเขียว มีพิษ ในเมล็ดจะมีน้ํามันซึ่ง คนสมัยก่อนใช้จุดตะเกียงและใช้ทาถูนวดแก้ปวดข้อ เปลือกใช้แก้คันและสมานแผล ไม้ทําบ้านและ ต่อเรือ ใบสดขยําแช่น้ําใช้ล้างตา ดอกทํายาหอมบํารุงหัวใจ การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของกระทิง ใบค่อนข้างหนา อุ้มน้ํา มีผิวเคลือบใบหนา ป้องกันการสูญเสียน้ํา มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและขยายพื้นที่หาน้ํา
21.
21
3.3.6 สนทะเล (Coastal Sheoak) ก. ใบ ข. ผล ค. ทรงพุ่ม ภาพที่ 2 - 15 สนทะเล ที่มา : ภาพ ก. และ ข. http://th.wikipedia.org/wiki/ ภาพ ค. http://www.biogang.net/biodiversity_view.php? สนทะเล เป็นต้นไม้ใหญ่ลู่ลม มีความสูงได้ตั้งแต่ 10 - 40 เมตร เป็นพืชมีดอกที่ดูคล้าย สน ใบเป็นเส้นฝอย ๆ ผลจะมีลักษณะเป็นหนามแหลมคล้ายทุเรียน เมื่อแก่เต็มที่ ส่วนที่คล้าย หนามจะเปิดอ้าออก ปล่อยเมล็ดที่มีปีกเล็กๆปลิวกระจายออกไป เปลือกใช้ทําสีย้อมผ้า การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของสนทะเล ลําต้นและใบลู่ลม ลดแรงต้านจากพายุ ใบมีผิวหนา เรียวยาวเป็นเส้น ช่วยลดการสูญเสียน้ํา มีเห็ดรากไม้อาศัยอยู่ที่ราก ช่วยย่อยสลายเศษซากพืช เป็นปุ๋ยให้สนทะเลโดยตรง รากแผ่กว้างไกล ช่วยยึดทรายและขยายพื้นที่รับน้ํา เมล็ดมีปีกบางเบา ปลิวกระจายไปกับลมได้ไกล
22.
22
3.3.7 จิกทะเลหรือจิกเล (Fish Poison Tree) ก. ดอก ข. ผล ค. ลักษณะต้น ภาพที่ 2 - 16 จิกทะเล หรือ จิกเล ที่มา : ภาพ ก. และ ข. http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php? ภาพ ค. http://agkc.lib.ku.ac.th/plantwebsite/webpage/Trees/จิกทะเล.html จิกเล เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีลําต้นสูงได้ถึง 20 เมตร กิ่งมีขนาดใหญ่ มีรอยแผลอยู่ ทั่วไป เป็นรอยแผลที่เกิดจากใบที่ร่วงหล่นไป ใบสีเขียวเข้มสลับกันไปตามข้อต้น ผิวใบเกลี้ยง เป็นมัน ขอบใบเรียบ ออกดอกเป็นช่อสั้น ๆ อยู่ตามปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวปลายชมพู ดอกมี กลิ่นแรงบานในเวลาพลบค่ํา และโรยไปในตอนเช้า ผลขนาดใหญ่คล้ายลูกข่างทรงพีระมิดสี่ด้าน เมล็ดและต้นมีสารซาโปนิน ใช้ทํายาเบื่อปลา ยานอนหลับ การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาดของจิกเล ผลมีกากเหนียวห่อหุ้ม ช่วยให้ลอยน้ําได้ สามารถกระจายไปกับคลื่น ใบค่อนข้างหนา อุ้มน้ํา มีผิวเคลือบใบหนา ป้องกันการสูญเสียน้ํา ผิวใบมันวาว ช่วยสะท้อนรังสีจากแดดออกไป มีรากแผ่กว้าง ช่วยยึดพื้นทรายและขยายพื้นที่หาน้ํา
23.
23
กิจกรรม 2.1 “พรรณไม้ชายหาด”1 คําชี้แจง 1. นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง พืชชายหาด 2. เติมชื่อพรรณไม้ลงในช่องว่างที่ตรงกับประเภทของพรรณไม้ชนิดนั้น ๆ ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ไม้พุ่ม พืชบุกเบิกหน้าหาด 3. พรรณไม้ชายหาดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมชายหาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาได้อย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1 ที่มา : ดัดแปลงจาก กิจกรรมที่ 15 “พรรณไม้ป่าชายเลน” ในหนังสือส่งเสริมการเรียนรู้ธรรมชาติ เรียนรู้ ธรรมชาติชายฝั่งทะเล จัดทําและเผยแพร่โดยโครงการสร้างความเข้าใจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวตกรรม แก่สาธารณชน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
24.
24
กิจกรรม 2.2 พืชปรับตัวในป่าชายหาด คําชี้แจง 1. สังเกตลักษณะเด่นของพืชชายหาดจากภาพที่กําหนดให้ 2. บอกลักษณะสําคัญที่พืชแต่ละชนิดปรับตัวเพื่อการดํารงชีวิตในป่าชายหาด ต้นชะคราม ต้นเตยทะเล ต้นผักบุ้งทะเล ต้นเสมาดอกชมพู ต้นสนทะเล ต้นผักเบี้ยทะเล
25.
25 ตารางบันทึกลักษณะที่สําคัญของพืช
ลักษณะใบ ลักษณะลําต้น ลักษณะราก ลักษณะผล ชื่อพืช ต้นชะคราม ต้นเตยทะเล ต้นผักบุ้งทะเล ต้นเสมาดอกชมพู ต้นสนทะเล ต้นผักเบี้ยทะเล เขียนสรุปว่าพืชป่าชายหาดมีการปรับตัวเพื่อการดํารงชีวิตอย่างไร ................................................................................................................................................................................
26.
26
กิจกรรม 2.3 ทบทวนความรู้กันก่อนจ้ะ คําชี้แจง จงตอบคําถามให้ถูกต้องและได้ใจความลงในสมุดงาน 1. ผู้ผลิตขั้นต้น หมายถึง.........................................เนื่องจาก........................................................... .......... ......................................................................................................................................................... ............ 2. สารตั้งต้นในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ.............................................................................. 3. การสังเคราะห์ด้วยแสงจะเกิดภายใน......................................................................ในใบพืช 4. สารที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง คือ ........................................................................................... 5. สารอาหารที่ทําให้พืชเติบโต คือ ............................................................................................. .......... 6. ผู้บริโภคลําดับที่หนึ่ง หมายถึง.................................................................................................. .......... 7. ผู้บริโภคลําดับที่สอง หมายถึง.............................................................................................. ................ 8. ผู้ผลิตในระบบนิเวศชายหาด ได้แก่.......................................................................................... ........... 9. บริเวณชายหาดไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช เพราะ.................................................... .......... ...................................................................................................................................................... ............. 10. พืชบุกเบิก ทําหน้าที่................................................................................................................ ............. ได้แก่...................................................................................................................................... ................... 11. ไม้พุ่มที่พบตามหน้าหาด ได้แก่........................................................................................... ................... 12. ไม้ยืนต้น ที่พบตามชายทะเล ได้แก่................................................................................. .................. ....................................................................................................................................................... ................... ข้อใดที่ทําไม่ได้หรือไม่เข้าใจ ให้กลับไปทบทวนเนื้อหาอีกครั้ง...อย่าท้อจ้ะ...
27.
27
2.2 สัตว์และการปรับตัวของสัตว์บางชนิด ที่พบในระบบนิเวศชายหาด ..เด็ก ๆ รู้ไหม ในหมู่พื้นที่ชายฝั่งทั้งหมด หาดทราย นับว่าเป็นที่ที่อยู่ยาก....เกือบจะที่สุด ....เอ ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วสัตว์ต่าง ๆ ที่เราพบ เห็นตามชายหาด เค้ามีวิธีปรับตัวกันอย่างไร.. อยากรู้จัง...พี่กบ บอกมาเร็ว ๆ เนื่องจากแนวน้ําขึ้นน้ําลง เป็นพื้นที่แคบ ๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลกับพื้นดิน มีสภาพกึ่งบกกึ่งทะเล ซึ่งจะถูกน้ําทะเลท่วมเวลาน้ําขึ้น และถูกตากแห้งกลางแดด ตอนน้ําลง สลับกันอย่างนี้ทุกวัน ทําให้สัตว์ต่างๆที่อาศัย อยู่ในบริเวณนี้ต้องปรับตัวให้สามารถทนกับสภาพอัน แปรปรวนดังกล่าวได้ ตามพี่กบมาจ้ะเด็ก ๆ พี่กบจะพาไปสํารวจ ชายหาดกัน.....
28.
28
2.2.1 สัตว์ที่พบในระบบนิเวศชายหาด 1. กลุ่มปะการังและดอกไม้ทะเล (Cnidaria : ไนดาเรีย) สัตว์ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย ดอกไม้ทะเล ปะการัง แมงกะพรุน ปากกาทะเล พรมทะเล ไฮดรอยด์ มักเกาะติดกับหินแข็ง หรืออาศัยบนโครงร่างแข็งของมันเอง เช่น ปะการัง ส่วนดอกไม้ทะเลจะขึ้นโดด ๆ บางชนิดจะ ขุดรูอาศัยใต้พื้นทราย พรมทะเลต่างจากดอกไม้ทะเลตรงที่จะอยู่รวมกันจํานวนมากเป็นกลุ่มใหญ่ และไม่ อยู่ในโครงร่างแข็งเช่นปะการัง กลุ่มนี้ มีลําตัวที่อ่อนนุ่มซึ่งช่วยปกป้องจากการถูก เสียดสีจากตะกอนดิน และหนวดซึ่งมีเข็มพิษ อยู่รอบๆปากด้านบนของลําตัว เพื่อจับสัตว์จําพวกปลา และกุ้ง เป็นอาหาร แมงกะพรุนจะอาศัยตามพื้นทรายที่อ่อนนุ่ม โดยปกติแมงกะพรุนจะล่องลอยในทะเล และจับ แพลงก์ตอนสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ในเขตต่ํากว่าน้ําลงต่ําสุด จะพบปากกาทะเล อยู่เป็นกลุ่มบนพื้นทราย ลักษณะของหนวด สัตว์กลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายขนนก และมีปากอยู่บนลําตัวที่ฝังอยู่ ใต้พื้นทราย มันกินอาหารโดย การกรองแพลงก์ตอนที่ลอยมาตามกระแสน้ํา ไปดูตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มนี้กัน .......ตามพี่กบมาจ้ะ.....
29.
29
ภาพที่ 2 - 17 ดอกไม้ทะเล ที่มา : http://www.savekohsurin.com/ webboard/topic.php?topicid=1723 ภาพที่ 2 - 18 แมงกะพรุน ที่มา : http://math.mercyhurst.edu/ ~thuynh/mis280/bubble/gallery.html ภาพที่ 2 - 19 แมงกะพรุนไฟ ที่มา : http://beginner.worth1000.com/ entries/581721/fire-jellyfish ภาพที่ 2 - 20 ไฮดรอยด์ ที่มา : http://www.oceanwideimages.com/ categories.asp?cID=223
30.
30
การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมชายหาด ก. ข. ค. ภาพที่ 2 - 21 การปรับตัวของสัตว์ในกลุ่ม Cnidaria ที่มา : http://www.sci.psu.ac.th/chm/biodiversity/beach_animal.html ก. ดอกไม้ทะเลจะอาศัยในท่อที่ฝังตัวในพื้นทราย จะโผล่เฉพาะหนวดขึ้นมาเหนือพื้นทราย คอยจับกุ้งขนาดเล็ก ปลา หมึก และปูเป็นอาหาร ข. ปากกาทะเลจะพบมากเฉพาะบริเวณเขตต่ํากว่าระดับน้ําลงต่ําสุด พวกนี้จะกินแพลงก์ตอน ที่ ลอยมากับกระแสน้ํา โดยใน 1 colony จะอยู่หลาย polyps ค. ในเขตน้ําตื้นที่มีน้ําขึ้นลง จะพบพวกแมงกะพรุน จะใช้หนวดกรองสารอินทรีย์ในตะกอน ทราย และแพลงก์ตอนขนาดเล็กที่มากับน้ําทะเล ไนดาเรีย เป็นพวกที่โดยทั่วไปจะไม่พบตามพื้นทรายบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง
31.
31
กิจกรรมที่ 2.4 ทบสอบความรู้ความเข้าใจกันหน่อยจ้ะ คําชี้แจง จงตอบคําถามให้ได้ใจความสมบูรณ์ลงในสมุดงาน 1. สัตว์ที่อยู่ในกลุ่ม ไนดาเรีย ได้แก่............................................................................................. .................. 2. ลักษณะสําคัญของสัตว์ในกลุ่มนี้ คือ ......................................................................................... ............ ....................................................................................................................................................... ....................... 3. อาหารของสัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่.................................................................................................... ............. 2. กลุ่มไส้เดือนทะเล (Annelida : แอนเนลิดา) ลักษณะของกลุ่มนี้คือ ลําตัวเป็นปล้อง มีรยางค์ข้างตัว มักฝังตัวอยู่ในเลน ทราย บางชนิด ขุดรูอยู่ บางชนิดอาศัยอยู่ในท่อที่สร้างขึ้นจากเมือก ทราย กรวด และเปลือกหอย บางชนิดอาศัย เป็นอิสระบนพื้นดิน มันกินซากพืชซากสัตว์ตามพื้นเป็นอาหาร บางชนิดกินสาหร่าย บางชนิดกิน สัตว์ขนาดเล็ก บางชนิดกินอาหารที่แขวนลอยในน้ําโดยใช้หนวดยาว ๆ จับเหยื่อ หายใจผ่านเหงือก ไส้เดือนทะเลบางชนิดฝังตัวอาศัยอยู่ในดินไม่เคลื่อนย้ายไปไหนเลยตลอดชีวิต .....ไปดูตัวอย่างสัตว์กลุ่มนี้กันจ้ะ..
32.
32 2.1 แม่เพรียง
มีขนาด 30 – 150 เซนติเมตร ลําตัวแบนยาว เป็นปล้อง ๆ จํานวนมาก ในเวลาน้ําขึ้นจะใช้รยางค์ว่ายน้ํา พอน้ําลงจะมุดอยู่ในรู ใช้หนวดดักจับอาหาร ส่วนหัวมี หนวดใช้สัมผัสเป็นคู่ และมีเขี้ยว กินสัตว์ขนาดเล็ก ด้านหัว ท้ายมีลักษณะเรียว พบบริเวณแนวน้ําลงต่ําสุด ภาพที่ 2 – 21 แม่เพรียง - วงศ์ EUNICIDAE ที่มา : http://calphotos.berkeley.edu/cgi/img_query? enlarge=4444+4444+1009+0415 2.2 ไส้เดือนเปลือย มีขนาด 10 – 15 เซนติเมตร คล้ายไส้เดือนแต่มีรยางค์ขนาดเล็กจํานวน มากตลอดลําตัว มีสีแดง บางชนิดสีเขียว ก. พบได้ทั่วไปทุกประเภทหาด ข. ภาพที่ 2 – 22 ก. วงศ์ ORBINIIDAE ข. วงศ์ NEREIDIDAE ที่มา : ภาพ ก. http://calphotos.berkeley.edu/cgi/img_query?enlarge =4444+4444+0910+0254 ภาพ ข. http://www.roboastra.com/hastworm/hpwo289.htm
33.
33
2.3 บุ้งทะเล (Bristle Worm) มีขนาด 5 – 10 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายหนอนบุ้ง มีปล้องประมาณ 30 ปล้อง หัวท้ายเรียว ตัวสีน้ําตาลแดงเป็นลายตามยาวและมีเส้นกลางหลังสีน้ําเงิน อาศัยตามพื้นเลน กินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร ...อันตราย !! หากสัมผัสขนของมันจะทาให้ ติดผิวหนังและเกิดอาการคัน ภาพที่ 2 – 23 บุ้งทะเล ที่มา : http://www.thereeftank.com/blog/what-to-do-with-bristle-worms/ 2.4 ไส้เดือนปลอกเรียบ อยู่ในวงศ์ SABELLIDAE มีขนาด 10 – 20 เซนติเมตร อาศัยอยู่ในรังที่มี ลักษณะคล้ายหลอดสีขาวขุ่นปนเทา กรอง กินตะกอนจากน้ําทะเล พบตามหาดทราย และหาดทรายปนเลนในแนวน้ําขึ้นน้ําลง ภาพที่ 2 – 24 ไส้เดือนปลอกเรียบ ที่มา : http://www.stroembergiensis.se/source/sabell_3sab_oct.html
34.
34 2.5
หนอนท่อ (Keelworm) อยู่ในวงศ์ SERPULIDAE มีขนาดความยาวท่อ 5 – 8 เซนติเมตร อาศัยอยู่ ในท่อหินปูนแข็งที่ติดตามก้อนหิน ท่อมีสีขาวขุ่น หรือ สีน้ําตาล กรองกินตะกอน จากน้ําทะเล พบตามก้อนหินทุกประเภทหาดในแนวน้ําขึ้นน้ําลง ก. ท่อของหนอนท่อ ข. หนอนท่อ ภาพที่ 2 – 25 หนอนท่อ ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/หนอนท่อ 3. หนอนตัวแบน (Polyclad Flatworms) อยู่ในกลุ่ม Turbellaria ลักษณะลําตัวแบนเป็นแผ่นบาง ไม่เป็นปล้อง ดูคล้ายใบไม้ มีหลากสี บางตัวมีสีสดใส หรือมีหลายสีในตัวเดียวกัน บางชนิด มีตาเป็นจุดขนาดเล็กอยู่ส่วนหัวหรือด้านข้างลําตัว ตัวยาว 1 – 10 เซนติเมตร เป็นสัตว์ผู้ล่า ใช้ปากที่อยู่ใต้ลําตัวกินสัตว์ขนาดเล็กประเภทปู กุ้ง และไส้เดือน บางชนิดกินซากพืชซากสัตว์ เคลื่อนที่ด้วยการขับเมือกออกจากตัว และใช้ขน ขนาดเล็กบนตัวเคลื่อนที่ไปบนเมือก บางชนิดว่ายน้ําได้ด้วยการขยับตัวเป็น คลื่น หายใจผ่านผิวหนัง
35.
35
มาดูตัวอย่างหนอนตัวแบนกันจ้ะ ภาพที่ 2 – 26 หนอนตัวแบน ที่มา : http://animania-daily.livejournal.com/2690.html 4. หนอนริบบิ้น (Ribbon Worm) ลําตัวเป็นแผ่นบางยาวไม่เป็นปล้อง ดูคล้ายริบบิ้น อาจยาวได้ถึง 140 เซนติเมตร มีเมือกตามลําตัว ยืดหดตัวได้มาก มีหลายสี เช่น แดง เหลือง น้ําตาล และลายสลับ เป็นสัตว์นักล่าที่ออกหาอาหารตลอดเวลา กินสัตว์ขนาดเล็กประเภทไส้เดือน กุ้ง ปู เป็นอาหาร เคลื่อนที่ด้วยการขับเมือกออกจากตัว สามารถใช้งวงขุดลงดินเพื่อหลบหนีศัตรู ได้ พบได้ทั่วไปทุกประเภทหาดในแนวน้ําขึ้นน้ําลง ตามกระจุกรังหอยแมลงภู่ ในแนว ปะการังและแหล่งหญ้าทะเล ภาพที่ 2 – 27 หนอนริบบิ้น ที่มา : http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?
36.
36 5. หนอนถั่ว (Peanut
Worms) อยู่ในไฟลัม Sipuncula ลักษณะลําตัวกลมยาวไม่มีขา ผิวไม่เรียบ เป็นร่อง สันทั่วตัวคล้ายเปลือกถั่วลิสง ปลายสองด้านไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งเรียวยาว สามารถยืด หดได้ มีขนาดประมาณ 2 – 8 เซนติเมตร หนอนถั่ว มักจะฝังตัวอยูในทราย กินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร โดย ่ ยืดงวงออกมาบนผิวทราย แล้วหนวดเล็ก ๆ ทีอยูรอบปาก ่ ่ โบกอาหารเข้าปาก หายใจผ่านผิวหนัง พบได้บริเวณทราย ปนเลน และตามซากเปลือกหอย ในแนวน้าลงต่าสุด ํ ํ ภาพที่ 2 - 28 หนอนถั่ว ที่มา : http://www.tamug.edu/schulze/ 6. หอยปากเป็ด/หอยราก (Tongue Shell) อยู่ในไฟลัม Brachiopoda ลักษณะเปลือกสีเขียวปนน้ําตาล 2 ชิ้นประกบ กันคล้ายหอยแมลงภู่ ขอบเปลือกมีขนเรียงเป็นแนวรอบ มีเอ็นยาวคล้ายหาง (ราก) โผล่ออกมาจากปลายเปลือกด้านแหลม ขนาดยาวประมาณ 4 – 5 เซนติเมตร (ไม่รวมหาง) หอยปากเป็ดเป็นสัตว์โบราณคล้าย หอยสองฝา แต่ไม่จดอยูในกลุมหอย ฝังตัวอาศัยอยู่ ั ่ ่ ในทรายเลนโดยใช้เอ็นทีคล้ายรากหยังลงในทราย ่ ่ เมื่อถูกรบกวนจะหดตัวมุดลงไปในทรายอย่างรวดเร็ว กินอาหารโดยการกรองเอาแพลงก์ตอนและตะกอน ทีละลายในน้า หายใจผ่านผิวบาง ่ ํ ภาพที่ 2 – 29 หอยปากเป็ด/หอยราก ที่มา : http://www.123rf.com/photo_13532811_lingula-unguis-isolated-on- white-background.html
37.
37
กิจกรรมที่ 2.5 ฉันคือใคร.... คําชี้แจง โยงข้อความทางซ้ายมือที่สอดคล้องกับภาพทางขวามือเข้าด้วยกัน ลําตัวอ่อนนุ่ม มีหนวดจํานวนมากซึ่งมีเข็มพิษ ไม่ A. 1. เคลื่อนที่ เกาะติดกับพื้นผิวหรือฝังตัวในทราย 2. ตัวเหมือนดอกไม้จิ๋ว อาศัยอยู่ในโครงสร้างหินปูน B. เป็นกลุ่ม 3. ตัวแบนเป็นแผ่นบาง ไม่เป็นปล้อง คล้ายใบไม้ C. มีหลากสี บางตัวกินซาก บางตัวเป็นผู้ล่า ลําตัวบางยาวไม่เป็นปล้อง คล้ายริบบิ้นเป็นสัตว์ 4. D. นักล่า 5. คล้ายหนอนบุ้ง ตัวเป็นปล้องมีขนทําให้คัน E. อาศัยในท่อหินปูนแข็งที่ติดตามก้อนหิน 6. กรองกินตะกอนจากน้ําทะเล ตัวกลมยาว ไม่มีขา ผิวตัวเหมือนเปลือกถั่วลิสง F. 7. ฝังตัวในทราย ยืดหดตัวได้ มีเปลือกประกบกันคล้ายหอยแมลงภู่ แต่ไม่ใช่ G. 8. หอย มีเอ็นยื่นยาวคล้ายหางอาศัยในทรายเลน H. 9. ชื่อสัตว์ทั้ง 8 ชนิดคือ.........................................................
38.
38 7. กลุ่มหอยและหมึก (ไฟลัม
Mollusca) กลุ่มนี้จะมีร่างกายอ่อนนุ่ม บางชนิดอาศัยอยู่ภายใน เปลือกแข็ง แต่บางชนิดก็ไม่มีเปลือกหุ้มตัว เคลื่อนที่โดยใช้ กล้ามเนื้อคืบคลาน ขุด หรือ ว่ายน้ํา สัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ หมึกสาย หมึกทะเลหอยสองฝา หอยฝาเดียว ทากเปลือย และลิ่นทะเล พี่กบจะพาเด็ก ๆ ไปดูตัวอย่างสัตว์ในกลุ่ม นี้กัน....ตามพี่กบมาจ้ะ... 7.1 หมึกสาย/หมึกวาย (Octopuses) ลักษณะเด่น คือ ตัวกลมคล้ายถุง ตาดํามีขนาดใหญ่ บริเวณใกล้ตามีท่อพ่นน้ําอยู่ทั้ง สองด้าน มีหนวดยาว 8 เส้น แผ่เป็นรัศมีรอบตัว ใต้หนวดมีปุ่มดูดจับจํานวนมากสําหรับ ยึดเกาะและจับอาหาร ขนาดยาวประมาณ 50 – 100 เซนติเมตร เป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับ หอยและทาก แต่ไม่มีเปลือกแข็ง หายใจผ่านเหงือกที่อยู่ภายในลําตัว เป็นนักล่าในท้องทะเล เคลื่อนที่ด้วยหนวดที่แผ่ไปรอบตัว คืบคลานไปตาม พื้นทะเลเพื่อล่าปูและหอยเป็นอาหาร สามารถพราง ตัวได้ เมื่อมีภัยจะพ่นน้ําหมึกสีดําออกมาเพื่อป้องกัน ตัว ว่ายน้ําด้วยการดูดน้ําผ่านช่องลําตัวและพ่นออก ทางท่อข้างตา ปากเป็นจะงอยแข็ง ภาพที่ 2 – 30 หมึกสาย/หมึกวาย ที่มา : http://a-z-animals.com/animals/octopus/
39.
39 7.2
หมึกทะเล (Squids) ลักษณะลําตัวอ่อนนุ่มทรงกระบอก ข้างลําตัวมีครีบ ส่วนหัวมีหนวด 10 เส้น ลักษณะเป็นปุ่มดูด มีหนวด 2 เส้นยาวกว่าเส้นอื่น ปลายหนวดเป็นแผ่นแบนใช้สําหรับ จับเหยื่อ ขนาดยาวประมาณ 10 – 30 เซนติเมตร เป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกับหอยแต่ ไม่มีเปลือกแข็งหุ้มตัว ภายในลําตัวมีแกนใส แต่บางชนิดเป็นแผ่นแข็งเรียกว่ากระดอง หายใจผ่านเหงือกภายในลําตัว ทรงตัวด้วยครีบข้างลําตัว สามรถพุ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยท่อพ่นน้ําที่อยู่ใต้หัว มักอยู่รวมกันเป็นฝูง กินปลา กุ้ง และสัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ เป็นอาหาร ป้องกันตัวด้วยการปล่อยหมึกสีดําออกจากตัว ก. หมึกกล้วย ข. หมึกหอม ภาพที่ 2 – 31 หมึกทะเล ที่มา : ภาพ ก. http://www.squid-world.com/ ภาพ ข. http://www.oceanwideimages.com/categories.asp?cID=108&p=1 7.3 หอยสองฝา (Clams) เป็นสัตว์ในกลุ่ม Bivalvia ลักษณะเด่นของสัตว์กลุ่มนี้ คือ เปลือกหอยเป็นฝาสองฝาขนาดเท่ากัน มีบานพับ อ้าและปิดได้ ฝังตัวอยู่ตามทรายและโคลน บางชนิดเกาะติดกับโขดหินหรือวัสดุแข็ง หอย สองฝาพบทั่วไปตามหาดประเภทต่างๆ พวกที่ฝังตัวสามารถใช้กล้ามเนื้อภายในเปลือก สําหรับเคลื่อนที่และมุดลงในทรายหรือเลนได้ หายใจด้วยเหงือกและกรองกินตะกอนที่ลอย ในน้ําด้วยการดูดน้ําผ่านท่อที่อยู่ภายในลําตัว ตัวอย่างหอยสองฝาที่พบได้ทั่วไป
40.
40 ภาพที่ 2 –
31 หอยแมลงภู่ ที่มา : http://fl.biology.usgs.gov/pics/ nonindig_green_mussel/nonindig_green_mu ssel/nonindig_green_mussel_1.html ภาพที่ 2 – 32 หอยกะพง ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog. php?id=narellan&month=21-10- 2011&group =18&gblog=9 ภาพที่ 2 – 33 หอยขวาน ที่มา : http://www.flickr.com/photos/ wildsingapore/7601577950/ ภาพที่ 2 – 34 หอยเฉลียบ ที่มา : http://www.flickr.com/photos/ wildsingapore/5194226415/ ภาพที่ 2 – 35 หอยจอบ/หอยซองพลู ที่มา : http://www.oknation.net/blog/ anontaseeha/2012/06/19/entry-1
41.
41 ภาพที่ 2 –
36 หอยแครง ที่มา : http://thaiseafoodbylek.blogspot. com/ 2010/02/thai-seafood-make- from-shell-1.html ภาพที่ 2 – 37 หอยคราง ที่มา : http://www.xn-b3c4bjh8ap9auf5i.th/ jobs- make-earning-1094 ภาพที่ 2 – 38 หอยนางรม ที่มา : http://www.gotoknow.org/blogs/ posts/375286 ภาพที่ 2 – 39 หอยเสียบ ที่มา : http://www.oknation.net/blog/ print.php?id=251145 ภาพที่ 2 – 40 หอยทราย ที่มา : http://www.topseashells.com/seashell /VENERIDAE/PAPHIA/GALLUS/TS83465 ภาพที่ 2 – 41 หอยหูหมู ที่มา : http://www.flickr.com/photos/ 29287337@N02/7444625676/
42.
42
ภาพที่ 2 – 42 หอยกาบน้ําเค็ม ที่มา : http://www.conchology.be/?t =33&family=GLAUCONOMIDAE ภาพที่ 2 – 43 หอยกระปุก/หอยตลับ ที่มา : http://www.yhshells.com/goods. php?id=5072 ภาพที่ 2 – 44 หอยฝาอ้า ที่มา : http://www.flmnh.ufl.edu/reefs/ guamimg/bivalvia/Pages/Image12.html ภาพที่ 2 – 45 หอยหลอด ที่มา : http://www.bloggang.com/viewblog. php?id=chim&date=30-07-2010 &group=2&gblog=282 หอยสองฝาที่อาศัยอยู่ตามหาดต่าง ๆ ยังมีอีกหลายชนิด ซึ่งเด็ก ๆ สามารถ ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก หนังสือชุด นักสืบชายหาด ของมูลนิธิโลกสีเขียว
43.
43 7.4 หอยฝาเดียว (Snails)
เป็นสัตว์ในกลุ่ม Gastropoda ลักษณะเด่นของสัตว์กลุ่มนี้ คือ มีเปลือกแข็งเพียงชิ้นเดียวห่อหุ้มลําตัว มีรูปร่าง หลากหลาย ทั้งลักษณะเป็นเกลียว รูปกรวยคว่ํา หรือแบน หลายชนิดมีฝาปิดใต้เปลือก หายใจเอาอากาศผ่านเหงือกที่อยู่ในช่องว่างใต้เปลือกและผ่านผิวบางโดยตรง เป็นสัตว์กลุ่มใหญ่สามารถพบในหาดทุกประเภทและในป่าชายเลน ทั้งในแนว น้ําขึ้นน้ําลงและในทะเลลึก การกินอาหารมีทั้งกินสาหร่ายและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก กินเศษ ซากพืชซากสัตว์ กินอาหารด้วยการกรองตะกอนจากน้ํา บางชนิดล่าสัตว์อื่นเป็นอาหาร หอยฝาเดียวสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ดี ตามมาเร็ว.....พี่กบจะพาไปสํารวจ หอยฝาเดียวที่ชายหาด..... หอยขี้นก หอยถั่วเขียว หอยน้ําพริก ภาพที่ 2 – 46 หอยฝาเดียวบางชนิด
44.
44 ที่มา : http://www.afcd.gov.hk/english/conservation/hkbiodiversity/
speciesgroup/speciesgroup_mangrove.html ภาพที่ 2 – 47 หอยขี้ตา ที่มา : http://www.flickr.com/photos/ wildsingapore/7913718136/ ภาพที่ 2 – 48 หอยนมจิ๋ว ที่มา : http://www.gastropods.com/3/ Shell_12283.shtml ภาพที่ 2 – 49 หอยหมวกเจ๊ก ที่มา : http://www.poppeimages.com/ ?t= 17&photoid=925792 ภาพที่ 2 – 50 หอยสังข์หนาม ที่มา : http://wildfilms.blogspot.com/ 2008/08/special-snails-and- strange-worms-on.html ภาพที่ 2 – 51 หอยมะระ ที่มา : http://www.technicchan.ac.th/ ?name=article&file=read_ article&id=141
45.
45 ภาพที่ 2
– 52 หอยตาวัว ที่มา : http://www.oknation.net/ blog/print.php?id=275434 ภาพที่ 2 – 53 หอยไส้ไก่ ที่มา : http://www.oknation.net/blog/ print.php?id=275434 ภาพที่ 2 – 54 หอยทับทิม ที่มา : http://www.nbrchannel.com/ frontend/index_thai.php ภาพที่ 2 – 55 หอยเบี้ย ที่มา : http://www.siamscubadiving.com/ content/view.php?id=4&cat=salt ภาพที่ 2 – 56 หอยจุ๊บแจง ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary. php?id=plaipanpim&month=062012 &date=09&group =1&gblog=320
46.
46
หอยนักล่า...! เด็ก ๆ รู้ไหม..มีหอยที่ล่าหอย ชนิดอื่นเป็นอาหารด้วย.. หอยวงเดือน (Moon Snail) มีขนาด 2 – 4 เซนติเมตร เปลือกมันเรียบรูปทรงออกกลมสีขาว บางชนิดมีลายจุดสี น้ําตาลทั่วเปลือก บางชนิดสีออกม่วง มีตีนหอยขนาดใหญ่มาก ใช้เดินมุดใต้ผิวทรายเพื่อล่าหอย ชนิดอื่นกิน เมื่อเจอเหยื่อมันจะใช้ฟันที่มีลักษณะคล้ายใบเลื่อยเจาะทุละเปลือกหอยของเหยื่อเป็นรู กลม ๆ แล้วปล่อยน้ําย่อยเข้าไปสังหารเหยื่อ หอยวงเดือนพบได้ตามหาดทราย หาดทรายปนเลน และหาดเลน ก. หอยวงเดือน ข. รังไข่หอยวงเดือน ภาพที่ 2 – 57 หอยวงเดือน ที่มา : http://rmbr.nus.edu.sg/dna/organisms/hdetails/77/3 ก. ข. ภาพที่ 2 – 58 ก.ตีนหอยวงเดือน ข. รูที่หอยวงเดือนเจาะลงบนเปลือกหอย ที่มา : ภาพ ก. http://www.poppe-images.com/?t=11&catid=10&p=130 ภาพ ข. http://www.oknation.net/blog/dreamline/2009/06/14/entry-1
47.
47
เรียนรู้เพื่ออยู่รอด...! หอยเต้าปูนลายผ้า (Conus textile) กําลังกินหอยครองแครง (Marginella sp.) กลุ่มหอยเต้าปูนเป็นหอยฝาเดียวที่มีวิวัฒนาการสูงสุด หลายชนิดมีพิษที่รุนแรงและเป็น อันตรายต่อมนุษย์ถึงชีวิต หนึ่งในหอยเต้าปูนที่มีอันตรายและสามารถพบได้ในทะเลบ้านเรา ก็คือหอยเต้าปูนลายผ้า หอยเต้าปูนชนิดนี้สามารถพบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตั้งแต่เขต ชายฝั่งจนถึงระดับความลึก 50 เมตร เปลือกหอยมีลวดลายสวยงามสะดุดตา สีพื้นมีตั้งแต่ สีขาว,เหลือง,น้ําตาล มีลายเป็นเส้นสานกันคล้ายตาข่าย มักพบแถบสีเข้ม 2 – 3 แถบพาด ขวางบนเปลือก โดยปกติตอนกลางวันหอยเต้าปูนลายผ้าจะหลบฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย โดยโผล่ เฉพาะส่วนของท่อน้ําที่มีปลายสีแดงสดขึ้นมาเหนือทรายเพื่อหายใจ ออกหากินในเวลากลางคืน โดยจะออกล่าหอยฝาเดียวรวมทั้งหอยเต้าปูนชนิดอื่นเป็นอาหาร ตัวหอยมีการพัฒนาระบบฟัน ให้มีลักษณะแหลมคล้ายเข็มฉีดยามีรูกลวงตรงกลาง เมื่อหอยล่าเหยื่อหรือป้องกันตัวจะแทงฟัน นี้เข้าสู่ตัวเหยื่อ จากนั้นจึงจะฉีดพิษซึ่งมีสีขาวคล้ายควันบุหรี่ผ่านท่อกลวงของฟันเข้าสู่ตัวเหยื่อ พิษหอยเต้าปูนเป็นพิษที่มีผลต่อระบบประสาททําให้เหยื่อเป็นอัมพาต หอยจะกลืนเหยื่อเข้าไป ทั้งตัว ในกรณีของมนุษย์ถ้าได้รับพิษจะทําให้แขนขาหมดความรู้สึก กระบังลมหยุดทํางาน หายใจติดขัดและหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิต ฟันของหอยเต้าปูนสามารถแทงทะลุผ่านชุด wet suitได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง แม้เป็นหอยที่พบเห็นได้ไม่บ่อยนักแต่ก็มีโอกาสเจอตามกองหิน และแนวปะการัง ปัจจุบันยังไม่มีเซรุ่มเฉพาะที่ใช้ในการรักษา แต่แพทย์อาจใช้เซรุ่มแก้พิษงูมาใช้ ทดแทนได้เพราะการทํางานของพิษคล้ายคลึงกัน หอยเต้าปูนบางชนิดมีพิษที่มีความรุนแรง พอๆกับพิษงูเลยทีเดียว ที่มา : http://www.siamscubadiving.com/board/view.php?tid=1264
48.
48
บทความ เรื่อง หาดทรายเปลือกหอยที่หาดเจ้าหลาว-แหลมเสด็จ จันทบุรี http://www.oknation.net/blog/dreamline/2009/06/14/entry-1 บทความ เรื่อง 10 อันดับสัตว์มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก http://mystdock.blogspot.com/2011/05/10.html 7.5 ทากเปลือย (Sea Slugs) จัดอยู่ในกลุ่มหอยฝาเดียว แต่ไม่มีเปลือกแข็งหุ้มตัว กินสาหร่ายและเศษซากเป็นอาหาร บางชนิดกินฟองน้ํา ดอกไม้ทะเลและสัตว์อื่น รวมทั้งกินทากขนาดเล็กเป็นอาหาร ตัวอย่างของสัตว์ ในกลุ่มนี้ เช่น ทากปุ่มหิน สามารถพบตามโขดหิน หาดทรายปนเลน และหาดเลน ส่วนทากลายจุด พบตามหาดหินในแนวน้ําลงต่ําสุด เป็นต้น ก. ทากปุ่มหิน ข. ทากลายจุด ภาพที่ 2 – 59 ก. ทากปุ่มหิน,ทากลายจุด ที่มา : ภาพ ก. http://www.oknation.net/blog/print.php?id=275434 ภาพ ข. http://ouredenblue.blogspot.com/
49.
49
7.6 ลิ่นทะเล/หอยแปดเกล็ด (Chitons) ลักษณะเด่น ลําตัวแบนทรงไข่ มีเกล็ดแข็ง 8 แผ่นเรียงซ้อนกันคลุมอยู่บนหลัง เกล็ดสีน้ําตาลปนเทา แผ่นเนื้อรอบตัวสีเขียวปนดํา รอบเกล็ดเป็นแผ่นเนื้อแข็งมีตุ่มหนามขนาดเล็ก จํานวนมากปกคลุม มีขนาดลําตัวยาว 1 – 15 เซนติเมตร เรามักพบลิ่นทะเลเกาะติดอยู่ที่บริเวณ โขดหิน ใต้ก้อนหินในแนวน้ําขึ้นน้ําลง เป็นสัตว์หากินกลางคืน โดยจะกินสาหร่ายและไลเคนที่ขึ้น ตามหิน ในเวลากลางวันจะเกาะหลบอยู่ตามซอกหิน หายใจด้วยเหงือกที่เรียงเป็นแถวภายในช่องใต้ ลําตัว เวลาน้ําลงจะได้อากาศจากน้ําที่เก็บไว้ในช่องใต้ลําตัว ภาพที่ 2 – 60 หอยแปดเกล็ด ที่มา : http://www.oknation.net/blog/ print.php?id=275434 ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหอยและหมึก....... ค้นคว้าเพิ่มเติมจ้ะ http://www.thaiseafrog.com/final/ view.php?No=864&Topic=%CB%C D%C2%E1%C5%D0%CB%C1%D6%A1%20 %20%20%20:%20MOLLUSKS
50.
50
8. กลุ่มสัตว์ขามีข้อ Arthropoda ลําตัวเป็นปล้อง มีเปลือกหุ้มร่างกาย มีรยางค์ที่มีลักษณะเป็นข้อ หลายชนิดต้องลอกคราบ เพื่อการเจริญเติบโตและสร้างเปลือกใหม่ขึ้น สัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปู สัตว์กลุ่มปู กุ้ง กั้งตั๊กแตน เพรียง ไอโซพอด แอมฟิพอด และแมงดาทะเล 8.1 ปู (Crabs) อยู่ในกลุ่ม ครัสเตเชีย (Crustacea) ลักษณะเด่น คือ กระดองแบนกว้างรูปไข่หรือ สี่เหลี่ยม มีก้ามใหญ่ 1 คู่ และขาที่ใช้เดินหรือว่ายน้ํา 4 คู่ อาศัยตามชายฝั่งทะเลทั่วไป หลายชนิด พบในแนวน้ําขึ้นน้ําลง บริเวณหาดเลน หาดทราย หาดหิน หรือแนวปะการัง กินซากพืชซากสัตว์ หรือกรองกินแพลงก์ตอน บางชนิดล่าสัตว์อื่นกิน หายใจผ่านเหงือก ปูเป็นสัตว์มีกระดองแข็งหุ้มตัว เมื่อโตจนคับกระดองต้องลอกคราบ ออกจากกระดองเดิมเพื่อสร้างกระดองใหม่ ช่วงลอกคราบ ปูจะอ่อนแอทําให้กลายเป็นเหยื่อของปูด้วยกันเองหรือสัตว์อื่นที่แข็งแรงกว่าได้ง่าย ปูที่พบได้ตาม หาดทรายมีมากมายหลายชนิด เช่น sand crab หรือปูทราย เป็นปูชนิดที่กินซากสัตว์เป็นอาหาร มีขาที่แบนเหมือน ไม้พายซึ่งทําให้มันสามารถว่ายน้ําและขุดรูได้อย่างรวดเร็วในทรายที่เปียก spider crab หรือปูแมงมุม พบเฉพาะบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง swimming crab หรือปูม้า เช่น Portunus เป็นผู้ล่าตัวสําคัญบริเวณเขตน้ําขึ้น น้ําลง มีขาคู่หลังที่แบนช่วยในการว่ายน้ําและขุดรู ghost crab หรือปูลม เช่น Ocypode พบบริเวณหาดทรายที่สูงจาก ระดับน้ําทะเลมาก และบริเวณทรายหยาบ นอกจากนี้ยังพบปูชนิดอื่นๆอีก เช่น ปูฤาษี ปูหนุมาน ปูลมหรือปูผี ปูก้ามดาบ ปูปั้นทราย ปูทหาร ปูก้ามหัก ปูจิ๋ว ปูแสมหิน ปูใบ้ ปูเป้ ปูกะตอย ปูแต่งตัว ปูขน ปูกระดุม เป็นต้น
51.
51 ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มครัสเตเชีย
ภาพที่ 2 – 61 ปูหนุมาน ที่มา : http://www.siamensis.org/webboard/ topic/7815 ภาพที่ 2 – 62 ปูลม/ปูผี ที่มา : http://tidechaser.blogspot.com/ 2008/06/ wonderful-st-johns.html ภาพที่ 2 – 63 ปูก้ามดาบ ที่มา : http://web.nchu.edu.tw/~htshih/uca/ list_uca/Uca_annulipes.htm ภาพที่ 2 – 64 ปูปั้นทราย ที่มา : http://www.flickr.com/photos/waders/ 3086276000/ ภาพที่ 2 – 65 รูปูปั้นทราย ที่มา : http://foter.com/f/photo/3996165518/ 9848511cdb/
52.
52
ภาพที่ 2 – 66 ปูทหาร ที่มา : http://www.wildsingapore.com/wildfacts/ crustacea/crab/ocypodoidea/dotilla.htm ภาพที่ 2 – 67 ปูแสมหิน ที่มา : http://chmthai.onep.go.th/chm/Island/ Kra/kra37.html ภาพที่ 2 – 68 ปูใบ้ ที่มา : http://203.172.198.146/rice/crab.htm ภาพที่ 2 – 69 ปูม้า ที่มา : http://203.172.198.146/rice/crab.htm ภาพที่ 2 – 70 ปูกะตอย ที่มา : http://www.manko-mizudori.net/ thalamita-crenata/ บทความ เรื่อง หาดทรายและตัวอย่างสิ่งมีชีวิตบนหาดทราย http://charuwat.tripod.com/knowledge_sea.html
53.
53
8.2 สัตว์กลุ่มปู (Crab like Animals) ลักษณะเด่น คือ กระดองแบนหรือเปลี่ยนรูปจนไม่เหมือนกระดอง บางชนิดอาศัยอยู่ใน เปลือกหอย มีก้ามใหญ่ 1 คู่ มีขาเดิน 2 – 3 คู่ สัตว์กลุ่มนี้มีรูปร่างที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว บางชนิดมีลักษณะคล้ายปู บางชนิดคล้ายกุ้งต่างจากปูตรงที่ส่วนท้องยื่นยาวออกไป ไม่พับเข้าใต้อก เช่นเดียวกับปู พวกมันกินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร หายใจด้วยเหงือกที่บริเวณใต้กระดอง มีการ ลอกคราบระหว่างเจริญเติบโต พบทั่วไปตามชายฝั่งทะเลบริเวณหาดทราย หาดหิน หาดเลน ตัวอย่างสัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปูตัวแบนหรือปูแปดขา ปูเสฉวน ปูมะพร้าว จักจั่นทะเล แม่หอบ แม่แก่ เป็นต้น ภาพที่ 2 – 71 แม่หอบ (Mud Lobster) ที่มา : http://www.thaimuslim.com/ view.php?c=1&id=18548 ภาพที่ 2 – 72 ปูตัวแบน (Porcelain Crab) ที่มา : http://www.elasmodiver.com/ Flat_Porcelain_Crab_Pictures.htm ภาพที่ 2 – 73 แม่แก่ (Mud Shrimp) ที่มา : http://www.wallawalla.edu/academics/ departments/biology/
54.
54
จักจั่นทะเล (Mole Crab) อาศัยอยู่ บริเวณที่มีคลื่นจัด เปลือกและขามีลักษณะ คล้ายกุ้ง มีหนวดข้างละเส้น มีขา 5 คู่ คู่แรกเป็นขาหน้า กระบอกตาแหลมแข็ง มี สีกลมกลืนกับสีของ หาดทราย การเจริญ ของตัวอ่อนมีการลอกคราบหลายครั้ง ฝัง ภาพที่ 2 – 74 จักจั่นทะเล ตัวอยู่ในทรายแนวน้ําลงต่ําสุดบริเวณที่ ที่มา : http://travel.thaiza.com/อุทยานแห่งชาติ คลื่นซัดเข้าฝั่ง คอยดักจับแพลงก์ตอนและ สิรินาถ/91376/ สัตว์ขนาดเล็กที่มาตามคลื่น ปูเสฉวน (Hermit Crab) ปูชนิดนี้จะมีลําตัวที่นิ่ม มันจึงจําเป็นต้องอาศัยในเปลือกหอย โผล่เฉพาะส่วนหัว และขาออกจากเปลือกหอย บางชนิดก้ามโตไม่เท่ากัน มี 8 ขา ใช้เดิน 2 คู่ อีก 2 คู่ ใช้เกาะยึดด้านในเปลือก หอย กินซากพืชซากสัตว์ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเป็นอาหาร ภาพที่ 2 – 75 ปูเสฉวน ที่มา : http://atcloud.com/stories/36259 ปูเสฉวนอีกชนิดที่ตัวโตคือ ปูมะพร้าว เป็นปูที่อาศัยบนรูในต้นไม้และบนพื้นดิน ร่างกายของมันมีเปลือกหนา ไม่ได้อ่อนนุ่ม เหมือนปูเสฉวน จึงไม่ต้องอาศัยในเปลือกหอย ปูตัวใหญ่ก็จะมีก้ามใหญ่ป้องกันตัวจากผู้ล่า เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ปูตัวเมียจะกลับลงทะเล ภาพที่ 2 – 76 ปูมะพร้าว ที่มา : http://park.dnp.go.th/visitor/ เพื่อปล่อยไข่ในน้ํา shownews.php?newsid=571
55.
55
8.3 กุ้ง (Shrimps) ลักษณะเด่น คือ ลําตัวแบนข้างหรือกลม ตัวยาวเป็นปล้อง มีเปลือกหุ้มทั่วตัว หัวโต หนวดยาว กรีแบบฟันเลื่อยยื่นแหลมออกมาทางด้านหน้า หางสั้น ขา 10 ขา โดย 3 คู่แรกเป็น ก้ามหนีบ อาศัยตามชายฝั่งทะเล บริเวณดินเลน เลนปนทราย หรือตามซอกหินในที่ร่ม หายใจ ผ่านเหงือกและผ่านแผ่นรยางค์ใต้ท้องที่ใช้ว่ายน้ําและดูดซับออกซิเจนได้ สัตว์กลุ่มนี้มีช่วงตัวอ่อนที่จะอาศัยรอบๆหาดทราย หรือแหล่งหญ้าทะเล พวกนี้กินเศษซาก และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อยู่ในตะกอน กุ้งบางชนิดที่โตเต็มที่แล้วมันจะว่ายน้ําลงในน้ําลึก หรือย้าย จากหาดทรายไปที่ที่มีกระแสน้ําไหลขึ้น-ลง กุ้งที่พบ เช่น กุ้งดีดขัน กุ้งแก้วหรือกุ้งทราย กุ้งแม่บ้าน ภาพที่ 2 – 77 กุ้งดีดขัน ที่มา : http://bangkrod.blogspot.com/2011/01/ blog-post.html ภาพที่ 2 – 78 กุ้งทรายหรือกุ้งแก้ว ที่มา : http://wereallwet.com/its-a-ghost/ ภาพที่ 2 – 79 กุ้งแม่บ้าน ที่มา : http://www.starfish.ch/underwater- foto/Leyte-photos.html
56.
56
8.4 กั้งตั๊กแตน (Stomatopod) กั้งตั๊กแตน เป็นผู้ล่าตัวสําคัญของปลาและครัสเตเชียนชนิดอื่นเนื่องจากมันมีก้ามที่คมและเป็น สัตว์ที่มีความเร็วมากในการเคลื่อนที่ มันอาศัยในรูบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง และบริเวณที่น้ําลึก กั้งตั๊กแตนที่พบ เช่น กั้งตั๊กแตนใหญ่ กั้งตั๊กแตนหาด ภาพที่ 2 – 80 กั้งตั๊กแตนใหญ่ ที่มา : https://sites.google.com/site/ southeastasiafish/southeast-asia- crustacean-and-mollusca ภาพที่ 2 – 81 กั้งตั๊กแตนหาด ที่มา : http://v2.boldsystems.org/views/ taxbrowser.php?taxid=4837 8.5 เพรียง (Barnacles) เพรียง มีลักษณะเด่น คือ มีเปลือกหินปูนแข็ง ทรงกรวยคว่ําหรือนูนต่ํา มีฝาปิดเปิด อยู่ด้านบน เกาะติดถาวรบนก้อนหินหรือเปลือกหอย หรือวัสดุแข็งอื่น ๆ อาศัยอยู่เป็นกลุ่มใน เปลือกหินปูนแข็ง ๆ ดูคล้ายหอย เวลาน้ําท่วมตัว เพรียงจะชูรยางค์ขึ้นมาจากรูที่เปิดด้านบน เพื่อหายใจ และดักจับอาหารประเภทแพลงก์ตอน พอน้ําลงจะหดรยางค์ปิดฝารูอย่างแน่นสนิท เพื่อเก็บความชื้นและป้องกันศัตรู
57.
57 ตัวอย่างเพรียงที่พบบ่อยๆ
ภาพที่ 2 – 82 เพรียงหิน ที่มา : http://www.shadowfishingclub.com/ board/index.php?topic=1469.0 ภาพที่ 2 – 83 เพรียงภูเขาไฟ ที่มา : http://www.technicchan.ac.th/?name =news&file=readnews_dep&id=533 ภาพที่ 2 – 84 เพรียงจีบ ที่มา : หนังสือนักสืบชายหาด:คู่มือสัตว์และพืชชายหาด ภาพที่ 2 – 85 เพรียงโล่ ที่มา : หนังสือนักสืบชายหาด:คู่มือสัตว์และพืชชายหาด บทความ เรื่อง กุ้ง กั้ง ปู http://203.172.198.146/rice/crab.htm
58.
58 8.6
ไอโซพอดและแมลงสาบทะเล (Isopods และ Sea Slaters) รูปร่างของกลุ่มนี้จะแบนจากด้านหัวจนถึง ปลายตัวก็คือแบนตลอดลําตัว มีขามากกว่า 6 ขา ลําตัวเป็นปล้อง กินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร ไอโซพอด มีขนาด 0.7 – 1.5 เซนติเมตร รูปร่าง คล้ายแมลง ลําตัวเป็นปล้อง ปลายหางเป็นแผ่น จะ ม้วนตัวเมื่อถูกรบกวน พบอยู่ตามใต้หิน ในทราย สาหร่ายและหญ้าทะเล ภาพที่ 2 – 86 ไอโซพอด ที่มา : http://minmin.exteen.com/20060716/entry แมลงสาบทะเล มีขนาด 3-4 เซนติเมตร ลําตัวยาวเป็นปล้อง เรียวจากหัวไปท้าย หนวดและหางยาว วิ่งได้เร็ว พบได้บนบก บริเวณแนวน้ําขึ้นสูงสุดของหาดหิน ภาพที่ 2 – 87 แมลงสาบทะเล ที่มา : http://www.flickr.com/photos/wildsingapore/3847764335/ 8.7 แอมฟิพอดหรือตัวดีดทราย (Amphipod) เป็นสัตว์ขนาดเล็ก มีความยาวลําตัวน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร พบจํานวนมากบริเวณหาดทราย อาหารที่ สัตว์กลุ่มนี้กินคือ ซากสัตว์ที่ตายแล้ว บางครั้งเราจะพบ มันอยู่ในหญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง รูปร่างของ amphipod จะมีลักษณะแบนออกด้านข้าง กลางลําตัว มีขามากกว่า 6 ขา ภาพ ที่ 2- 88 ตัวดีดทราย ที่มา : http://oceanexplorer.noaa.gov/explorations/
59.
59
8.8 แมงดาทะเล (Horseshoe Crabs) เป็นสัตว์ในกลุ่มเชลิเซอราตา (Chelicerata) มีลักษณะเด่น คือ กระดองแข็งทรงกลม แบ่งเป็นสองส่วน สีน้ําตาลปนเขียว หางแข็ง ยาว และเรียวแหลม ปลายขาใต้กระดองเป็นก้าม หนีบ มี 10 ขา เป็นสัตว์สายพันธุ์ใกล้ชิดกับแมงป่องและแมงมุม กินหอย ไส้เดือน สัตว์ขนาดเล็ก อื่น ๆ และสาหร่ายเป็นอาหาร ใช้ก้ามแข็งแรงที่อยู่ปลายขาสับอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนส่ง เข้าปากที่อยู่ระหว่างขาทั้ง 5 คู่ หายใจผ่านเหงือกซึ่งใช้เป็นอวัยวะสําหรับว่ายน้ําด้วย แมงดาทะเลมี 2 ชนิด คือ แมงดาจาน และแมงดาถ้วย ซึ่งแมงดาถ้วยจะมีพิษในบางฤดูกาล เนื่องจากมันกิน อาหารที่เป็นพิษเข้าไป ชาวบ้านเรียกว่า “ตัวเหรา” หรือ “แมงดาไฟ” มีลักษณะพิเศษคือมีขนขึ้น ตามตัว นัยน์ตาแดงกล่ํา หากคนจับมากินอาจถึงตายได้ ตัวอย่างแมงดาทะเลที่พบ รู้ไหม...เลือดแมงดาทะเลมี คุณสมบัติพิเศษสามารถใช้เป็น ยาต้านเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ ภาพที่ 2 – 89 แมงดาจาน ที่มา : http://www.fotonomy.com/Poulet/ photo/345246ee/ ภาพที่ 2 – 90 แมงดาถ้วย ที่มา : http://sw.wikipedia.org/wiki/Picha: Carcinoscorpius_rotundicauda_ (mangrove_horseshoe_crab)_2.jpg
60.
60
กิจกรรมที่ 2.7 ธรรมชาติของพวกขามีข้อ คําชี้แจง เลือกข้อความในตาราง แล้วนําไปเติมลงในช่องว่างของข้อความที่มีให้ไว้ กระดองแบนกว้างรูปไข่ หดรยางค์ปิดฝารู หาดหิน การเจริญเติบโต กรีแบบฟันเลื่อย ที่มีลักษณะเป็นข้อ ลอกคราบ สูงจากระดับน้ําทะเลมาก จะม้วนตัวเมื่อถูกรบกวน แผ่นรยางค์ใต้ท้อง ครัสเตเชีย ผู้ล่าตัวสําคัญของปลา เกาะติดถาวรบนก้อนหิน แมงดาถ้วย Arthropoda แบนเหมือนไม้พาย ว่ายน้ําและขุดรู ขาที่ใช้เดินหรือว่ายน้ํา 4 คู่ แมงป่องและแมงมุม รูปร่างคล้ายแมลง ขา 10 ขา ปากที่อยู่ระหว่างขาทั้ง 5 คู่ ซากสัตว์ที่ตายแล้ว กระดองแข็งทรงกลม อ่อนแอ มีความเร็วมากในการเคลื่อนที่ กระดองแข็งหุ้มตัว อาศัยอยู่เป็นกลุ่ม มีขนขึ้นตามตัว สับอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ ลําตัวยาวเป็นปล้อง แบนข้างหรือกลม ทรงกรวยคว่ําหรือนูนต่ํา กลุ่มสัตว์ขามีข้อ...................................... ลําตัวเป็นปล้อง มีเปลือกหุ้มร่างกาย มีรยางค์ ................................... หลายชนิดต้องลอกคราบเพื่อ.........................................และสร้างเปลือกใหม่ขึ้น สัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปู สัตว์กลุ่มปู กุ้ง กั้งตั๊กแตน เพรียง ไอโซพอด แอมฟิพอด และแมงดาทะเล ปู อยู่ในกลุ่ม ............................. (Crustacea) ลักษณะเด่น คือ ......................................หรือ สี่เหลี่ยม มีก้ามใหญ่ 1 คู่ และ....................................... อาศัยตามชายฝั่งทะเลทั่วไป หลายชนิดพบใน แนวน้ําขึ้นน้ําลง บริเวณหาดเลน หาดทราย หาดหิน หรือแนวปะการัง กินซากพืชซากสัตว์ หรือ กรองกินแพลงก์ตอน บางชนิดล่าสัตว์อื่นกิน หายใจผ่านเหงือก ปูเป็นสัตว์มี ........................................ เมื่อโตจนคับกระดองต้อง.............................. ออกจากกระดองเดิมเพื่อสร้างกระดองใหม่ ช่วงลอกคราบ ปูจะ.....................ทําให้กลายเป็นเหยื่อของปูด้วยกันเองหรือสัตว์อื่นที่แข็งแรงกว่าได้ง่าย ปูที่พบได้ตาม หาดทรายมีมากมายหลายชนิด เช่น - sand crab หรือปูทราย เป็นปูชนิดที่กินซากสัตว์เป็นอาหาร มีขาที่...................................... ซึ่งทําให้มันสามารถ.......................................ได้อย่างรวดเร็วในทรายที่เปียก - spider crab หรือปูแมงมุม พบเฉพาะบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง - swimming crab หรือปูม้า เป็นผู้ล่าตัวสําคัญบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง มีขาคู่หลังที่แบนช่วย ในการว่ายน้ําและขุดรู
61.
61
- ghost crab หรือปูลม พบบริเวณหาดทรายที่................................................ และบริเวณ ทรายหยาบ กุ้ง ลักษณะเด่น คือ ลําตัว....................................... ตัวยาวเป็นปล้อง มีเปลือกหุ้มทั่วตัว หัวโต หนวดยาว ........................................ยื่นแหลมออกมาทางด้านหน้า หางสั้น ..................... โดย 3 คู่แรก เป็นก้ามหนีบ อาศัยตามชายฝั่งทะเล บริเวณดินเลน เลนปนทราย หรือตามซอกหินในที่ร่ม หายใจ ผ่านเหงือกและผ่าน................................................ที่ใช้ว่ายน้ําและดูดซับออกซิเจนได้ สัตว์กลุ่มนี้มีช่วงตัวอ่อนที่จะอาศัยรอบๆหาดทราย หรือแหล่งหญ้าทะเล พวกนี้กินเศษซากและ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อยู่ในตะกอน กุ้งบางชนิดที่โตเต็มที่แล้วมันจะว่ายน้ําลงในน้ําลึก หรือย้ายจาก หาดทรายไปที่ที่มีกระแสน้ําไหลขึ้น-ลง กุ้งที่พบ เช่น กุ้งดีดขัน กุ้งแก้วหรือกุ้งทราย กุ้งแม่บ้าน กั้งตั๊กแตน เป็น.........................................และ ครัสเตเชียนชนิดอื่นเนื่องจากมันมีก้ามที่คมและ เป็นสัตว์ท.ี่ .......................................... มันอาศัยในรูบริเวณเขตน้ําขึ้นน้ําลง และบริเวณที่น้ําลึก กั้ง ตั๊กแตนที่พบ เช่น กั้งตั๊กแตนใหญ่ กั้งตั๊กแตนหาด เพรียง มีลักษณะเด่น คือ มีเปลือกหินปูนแข็ง ............................................. มีฝาปิดเปิด อยู่ด้านบน ...................................หรือเปลือกหอย หรือวัสดุแข็งอื่น ๆ ...................................ในเปลือก หินปูนแข็ง ๆ ดูคล้ายหอย เวลาน้ําท่วมตัว เพรียงจะชูรยางค์ขึ้นมาจากรูที่เปิดด้านบน เพื่อหายใจ และดักจับอาหารประเภทแพลงก์ตอน พอน้ําลงจะ..........................................อย่างแน่นสนิท เพื่อเก็บ ความชื้นและป้องกันศัตรู ไอโซพอด มีขนาด 0.7 – 1.5 เซนติเมตร....................................... ลําตัวเป็นปล้อง ปลายหาง เป็นแผ่น ............................................. พบอยู่ตามใต้หิน ในทราย สาหร่ายและหญ้าทะเล แมลงสาบทะเล มีขนาด 3 - 4 เซนติเมตร ......................................... เรียวจากหัวไปท้าย หนวดและหางยาว วิ่งได้เร็ว พบได้บนบกบริเวณแนวน้ําขึ้นสูงสุดของ....................... ตัวดีดทราย เป็นสัตว์ขนาดเล็ก มีความยาวลําตัวน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร พบจํานวนมาก บริเวณหาดทราย อาหารที่สัตว์กลุ่มนี้กินคือ....................................... บางครั้งเราจะพบมันอยู่ใน หญ้าทะเลบริเวณชายฝั่ง รูปร่างของตัวดีดทรายจะมีลักษณะแบนออกด้านข้าง กลางลําตัวมีขา มากกว่า 6 ขา
62.
62
แมงดาทะเล เป็นสัตว์ในกลุ่มเชลิเซอราตา (Chelicerata) มีลักษณะเด่น คือ ...........................................แบ่งเป็นสองส่วน สีน้ําตาลปนเขียว หางแข็ง ยาว และเรียวแหลม ปลายขา ใต้กระดองเป็นก้ามหนีบ มี 10 ขา เป็นสัตว์สายพันธุ์ใกล้ชิดกับ............................................ กินหอย ไส้เดือน สัตว์ขนาดเล็กอื่น ๆ และสาหร่ายเป็นอาหาร ใช้ก้ามแข็งแรงที่อยู่ปลายขา............................... ก่อนส่งเข้า........................................................ หายใจผ่านเหงือกซึ่งใช้เป็นอวัยวะสําหรับว่ายน้ําด้วย แมงดาทะเลมี 2 ชนิด คือ แมงดาจาน และแมงดาถ้วย ซึ่ง..............................จะมีพิษในบางฤดูกาล เนื่องจากมันกินอาหารที่เป็นพิษเข้าไป ชาวบ้านเรียกว่า “ตัวเหรา” หรือ “แมงดาไฟ” มีลักษณะ พิเศษคือมี........................................ นัยน์ตาแดงกล่ํา หากคนจับมากินอาจถึงตายได้ นั่นสิ...ต่อไปถ้าคนกิน สัตว์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่ กันมากๆจะสูญพันธุ์ เป็นอาหารที่คนนิยม ไหมเนี่ยะ..... รับประทานกันนี่นา.....
63.
63
9. กลุ่มดาว เม่น และปลิงทะเล (เอคไคโนเดิร์ม-Echinodermata) สัตว์กลุ่มนี้พบมากในบริเวณที่มีที่กําบัง และแหล่งหญ้าทะเล พวกนี้มีเท้าแบบท่อที่ช่วยใน การเคลื่อนที่และหาอาหาร บนตัวของมันจะมีตุ่มหรือหนาม ซึ่งมีสารพวกแคลเซียมคาร์บอเนต (หินปูน) เป็นองค์ประกอบ เอคไคโนเดิร์มโดยทั่วไปมีรูปร่าง 5 แบบ คือ ดาวทะเล ดาวเปราะ เหรียญทะเล/อีแปะทะเล เม่นทะเล และปลิงทะเล โดยจะพบสัตว์พวกนี้ได้บนตะกอน ซึ่งดาวขนนก จะพบได้น้อยเนื่องจากมันอยู่เฉพาะบริเวณที่ต่ํากว่าระดับน้ําลงต่ําสุด ซึ่งจะเกาะอยู่ที่หินและปะการัง ภาพที่ 2 – 91 ดาวขนนก ที่มา : http://www.thaiseafrog.com/final/ view.php?No=826&Topic=อันดามันใต้…. ดินแดนปะการังอ่อน(2) ก. ดาวทะเล ข. เม่นทะเล ค. ดาวเปราะ ง. ปลิงทะเล ภาพที่ 2 - 92 สัตว์กลุ่มเอคไคโนเดิร์ม ที่มา : http://www.most.go.th/@science/index.php/service/sciencehunsa/82-sea
64.
64
ภาพที่ 2 – 93 เหรียญทะเล/อีแปะทะเล ที่มา : http://www.theblueskyresort.com/ koh_payam/voice_dt2.asp 10. กลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังและเพรียงหัวหอม – Chordata สัตว์ในกลุ่มนี้มีแกนที่ค้ําร่างกายให้คงรูปร่างเรียกว่า โนโตคอร์ด (notochord) ซึ่งพบใน กลุ่มสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังและมนุษย์ ในระยะที่เป็นตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัย อย่างน้อยช่วงใด ช่วงหนึ่งของชีวิต หรือพบตั้งแต่เป็นตัวอ่อนจนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัย สัตว์ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ปลา เพรียงหัวหอม สิ่งมีชีวิตพวกที่มีกระดูกสันหลัง เป็นผู้ล่ากลุ่มใหญ่ของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยอยู่ทั้งที่ เป็นพื้นดิน และพื้นน้ํา มีขนาดใหญ่ และเป็นสัตว์ที่มีการเคลื่อนที่ได้ในระยะทางที่ไกล ได้แก่ ปลาฉลาม และปลากระเบน ซึ่งปลากระเบนจะกินหอยสองฝาที่ฝังตัวอยู่ โดยที่มันสามารถจะฝังตัว ลงในทรายได้ลึก มันจึงกินพวกหอยที่ฝังตัวอยู่ได้ ปลากระเบนจะออกจากทรายในช่วงที่น้ําขึ้นสูง ดังนั้นเมื่อน้ําลดเราจะเห็นรอยพื้นทรายที่บุ๋มลงไป ปลาที่เป็นผู้ล่าจะว่ายเข้ามาเมื่อน้ําขึ้นสูงเพื่อหาอาหาร บางชนิดจะมีปากที่ถูกสร้างขึ้นมาพิเศษ เฉพาะของแต่ละชนิดเพื่อให้เหมาะสมกับอาหารที่มันกิน ปลาชนิดอื่น ๆ ก็จะกินสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ หนอน พวกหอย ในแหล่งหญ้าทะเล ก็จะมีพะยูนที่เข้ามากินหญ้าทะเล ช่วงที่น้ําลดลง เราจะเห็นรอยที่พะยูนกินหญ้าทะเลได้ชัด ไปดูตัวอย่างปลา ที่พบบ่อยๆกัน
65.
65
ปลาอุบ/ปลาคางคก (Toadfish) มีขนาด 20 – 30 เซนติเมตร เป็นปลาไม่มี เกล็ด หัวโตแบนราบลงไปตามลําตัว ปากกว้าง มีหนวดสั้นยื่นมาตามลําตัวและหัวพบอยู่ตามพื้น ทะเลตามหาดหิน และแนวปะการังช่วงน้ําลง ภาพที่ 2 – 94 ปลาอุบ/ปลาคางคก ที่มา : http://www.mp.umk.pl/?p=648 ปลาข้างตะเภา/ปลาออดแอด (Jarbua) ลําตัวแบนข้าง มีแถบสีดําโค้งพาดตามแนวยาว ของลําตัว 3 แถบ ครีบหลังมีรอยแต้มสีดํา หาง มีแถบดํา ตาโต ปากกว้างชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ภาพที่ 2 – 95 ปลาข้างตะเภา/ปลาออดแอด ตามริมชายฝั่งหาดทรายหรือหาดหินก้อน และ ที่มา : http://www.oocities.org/ บริเวณปากแม่น้ํา fishspecies/jarbuaterapon.html ปลาตีน (Mud Skipper) ลําตัวสีน้ําตาลลายดํา หัวมนโต ปลายหางแหลม ตาโปนอยู่ด้านบนของหัว ครีบอกทําหน้าที่คล้ายตีนใช้พยุงตัวคลานไปมาบน ผิวดินเลนและใช้ว่ายน้ํา พบทั่วไปกามหาดเลน ภาพที่ 2 – 96 ปลาตีน ปากแม่น้ํา และป่าโกงกาง ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog. php?id=nongmalakor&month=07-07- 2009&group=1&gblog=47
66.
66
ปลาบู่ทราย ตัวเรียวยาว สีกลมกลืนกับ สภาพแวดล้อม หัวค่อนข้างแบน ตากลมโต พบ ได้ทั่วไปตามแอ่งน้ําบริเวณชายหาดและโขดหิน บางชนิดขุดรูอยู่ร่วมกับกุ้งดีดขัน ภาพที่ 2 – 97 ปลาบู่ทราย ที่มา : http://research.kahaku.go.jp/zoology/Fishes_of_ Andaman_Sea/contents/gobiidae/top.html ปลาไม้จิ้มฟัน (Pipefish) ลําตัวเรียวยาวเป็นปล้อง สีน้ําตาล ปากยื่นยาว พบได้ตั้งแต่แนว ปะการังน้ําตื้น แนวหญ้าทะเล บริเวณปากแม่น้ํา และป่าโกงกา ภาพที่ 2 – 98 ปลาไม้จิ้มฟัน http://research.kahaku.go.jp/zoology/FishGuide/data/fish168.html ปลาดุกทะเล (Eeltail Catfish) ลําตัวเรียว ยาวสีน้ําตาล หัวแบนราบ มีหนวดรอบปาก 4 คู่ กินปู สัตว์ขนาดเล็ก ซากพืชซากสัตว์ พบตามแนวชายฝั่งทะเลและหาดหินแตก ภาพที่ 2 – 99 ปลาดุกทะเล ที่มา : http://capeleman.blogspot.com/p/ southeast-asia-saltwater-fish.html บทความ เรื่อง ปลาชายหาด http://capeleman.blogspot.com/p/ southeast-asia-saltwater-fish.html
67.
67
นอกจากนี้ช่วงที่น้ําลดเราจะเห็นนกหลายชนิดบินเข้ามาหาอาหารบริเวณหาดทราย การหา อาหารของนกจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของขาและปาก นกที่มีขาสั้นจะหากินบริเวณชายฝั่งที่มี ดินค่อนข้างแข็ง เหมาะสําหรับให้นกขาสั้นเดินโดยไม่จมลงไปในเลน หรือน้ําลึก ส่วนพวกนก ขายาวสามารถเดินย่ําเลนอ่อนนุ่มห่างไกลออกไปจนถึงชายน้ํา ซึ่งขายาวจะช่วยให้เดินลุยน้ําหากิน ได้สะดวก ปากของนกแต่ละชนิดยังเหมาะสําหรับหากินในพื้นที่ต่างกัน เช่นเดียวกับขา นกเล็ก ๆ ที่มี ปากสั้นจิกกินสัตว์เล็ก ๆ ตามหน้าดินด้านในชายหาด ส่วนนกที่มีปากยาวสามารถใช้ปากล้วงลึก ลงไปใต้พื้นเลนอ่อนนุ่มห่างจากชายฝั่ง ปากของนกชายหาดเหล่านี้ยังสั้นยาวไม่เท่ากัน ช่วยให้ล้วง ลึกลงไปใต้พื้นเลนได้หลายระดับ รูปทรงปากก็ต่างกัน มีทั้งโค้งยาว และแอ่นขึ้นเพื่อให้เหมาะ สําหรับจับเหยื่อได้ต่างๆรูปแบบ ภาพที่ 2 - 100 ลักษณะปากนกที่หากินชายหาด ที่มา : หนังสือนักสืบชายหาด : คู่มือสัตว์และพืชชายหาด
68.
68
นกที่พบบริเวณชายหาด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 1. นกประจําถิ่น (Resident Birds) คือนกที่ อาศัยหากินและทํารังวางไข่ในประเทศไทย ตัวอย่าง เช่น นกยางเปีย นกยางทะเล นกยางกรอกพันธุ์ชวา นกยางโทนใหญ่ นกตะกรุม นกออก เหยี่ยวแดง นกกระแตแต้แว้ด นกหัวโตมลายู นกกระแตผีชายหาด นกนางนวลแกลบเล็ก นกกินเปี้ยว ก. นกยางเปีย ข. นกกระแตผีชายหาด ค. นกกินเปี้ยว ภาพที่ 2 - 101 นกประจําถิ่น ที่มา : ภาพ ก. http://www.shutterphoto.com/findingbirds/bhtml/h024.html ภาพ ข. http://past.talaythai.com/Bird/0024.php ภาพ ค. http://fedteam.multiply.com/journal/item/9
69.
69
2. นกย้ายถิ่น (Visiting Birds) คือ นกที่อพยพ ย้ายถิ่นเข้ามาหากิน หรือทํารังวางไข่ในช่วงฤดูหนาว หรือบางฤดูกาล ตัวอย่าง เช่น นกยางกรอกพันธุ์จีน นกหัวโตเล็กขาเหลือง นกหัวโตขาดํา นกอีก๋อยใหญ่ นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงธรรมดา นกทะเลขาเขียว นกตีนเทียน นกนางนวลธรรมดา นกกระเต็นน้อยธรรมดา เป็นต้น ก. นกยางกรอกพันธุ์จีน ข.นกกระเต็นน้อยธรรมดา ค. นกตีนเทียน ภาพที่ 2 - 102 นกย้ายถิ่น ที่มา : http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=88232.0 นอกจากสัตว์ต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ ได้ ศึกษาไปแล้ว...ชายหาดยังมีแขก ผู้มาเยือนในบางฤดูกาลด้วย
70.
70 แขกผู้มาเยือน
เต่าทะเล จะเข้ามาวางไข่ด้านบนของหาดทราย ซึ่งมักถูกมนุษย์นําไข่มันมากินหรือเข้าทําลายที่ฝังไข่ ทําให้ปัจจุบัน เต่าทะเลอยู่ในจํานวนที่ใกล้สูญพันธุ์ ก. เต่าตนุ ข. เต่ากระ ภาพที่ 2-103 เต่าทะเลที่พบวางไข่ที่เกาะครามจังหวัดชลบุรี ที่มา : http://www.dmcr.go.th/marinecenter/turtle-info.php สัตว์ที่อาศัยอยู่ตามชายหาดยังมีอีก หลายชนิด..เด็ก ๆ สามารถค้นคว้า เพิ่มเติมได้จากหนังสือสารานุกรม หรือ จากอินเทอร์เน็ตจ้ะ..
71.
71
กิจกรรมที่ 2.8 ทบทวนกันลืม คําชี้แจง จงตอบคําถามให้ได้ใจความสมบูรณ์ 1. ดาวทะเล มีการเคลื่อนที่โดยใช้.................................................................................................. ................. 2. สัตว์มีกระดูกสันหลังที่พบบริเวณหาดทรายได้แก่...................................................................... ............ ................................................................................................................................................... ..................... 3. นกที่หากินชายน้ําและชายเลน ควรมีลักษณะ ดังนี้................................................................... .......... ..................................................................................................................................................... ................... 4. นกประจําถิ่น หมายถึง.............................................................................................................. .............. เช่น........................................................................................................................................... ..................... 5. นกย้ายถิ่น หมายถึง................................................................................................................... ..... เช่น............................................................................................................................................. .......... แหม...พี่กบ ทําไม่ได้ข้อไหน เด็ก ๆ ทําได้ไหม?... ก็กลับไปทบทวนเนื้อหาอีกครั้งสิ ไม่เห็นยากเลย
72.
72
กิจกรรมที่ 2.9 วาดภาพสัตว์ชายหาด คําชี้แจง 1. ครูเตรียมภาพสัตว์หรือซากสัตว์ที่พบบริเวณชายหาด 2. นักเรียนเลือกวาดภาพสัตว์ที่พบบริเวณชายหาดคนละ 1 ชนิด ระบายสีให้สวยงาม 3. อธิบายลักษณะ บริเวณที่อาศัย และอาหารของสัตว์ที่นักเรียนเลือกวาดภาพ คําอธิบาย............................................................................................................................................ ................ ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... ..................... .......................................................................................................................................................... ...................
73.
73
2.2.2. การปรับตัวของสัตว์ 1) การปรับตัวของสัตว์ที่อาศัยบริเวณชายหาด สัตว์ที่อาศัยในบริเวณชายหาดมีการปรับตัวได้หลายด้าน ได้แก่ รูปร่างสัณฐาน พฤติกรรม สรีรวิทยา และการผสมพันธุ์ซึ่งการปรับตัว จะทําให้สัตว์มีชีวิตอยู่รอดได้ในช่วงที่น้ําลดลง สัตว์ที่ อาศัยบริเวณชายฝั่งจึงต้องมีสภาพร่างกายที่ทนต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการต้องเจอ แดดเป็นเวลานาน ๆ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ความเค็ม มันจึงต้องมีการปรับสรีระของร่างกายให้ต่อสู้ ได้กับเงื่อนไขของสิ่งแวดล้อม สัตว์ที่อยู่ในเขตน้ําขึ้นน้ําลงจะปรับตัวทางด้านพฤติกรรม เช่น การ อาศัยในรูเพื่อหลบจากแสงแดดที่ร้อนในตอนกลางวัน และออกหากินในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ก็ยังมีการปรับตัวทางด้านร่างกาย เช่น มีขนปกคลุมตัวเพื่อดูดซับน้ําเอาไว้ทําให้ร่างกายชุ่มชื้น ตลอดเวลา ไม่ให้ร่างกายแห้ง และปรับตัวทางด้านวงจรชีวิตคือ เมื่อถึงฤดูวางไข่มันจะกลับลงทะเล โดยจะเป็นไปตามการขึ้น-ลงของน้ํา 2) การปรับตัวของสัตว์ที่อาศัยในตะกอน สัตว์ทะเลที่อาศัยบนหาดทรายและโคลนจะมีการขุดรูอยู่ในตะกอน ซึ่งหากสัตว์เหล่านี้อยู่ใน ฐานะที่เป็นผู้ล่ามันก็สามารถออกมาหาเหยื่อได้ ถ้ามีการกินอาหารแบบกรองตะกอนตามผิวทราย (Deposit feeder) การฝังตัวแบบนี้จะไม่อยู่ถาวรมันสามารถที่จะเคลื่อนที่หาอาหารจากที่หนึ่งไป ยังอีกที่หนึ่งได้ ส่วนสัตว์ที่มีการกินอาหารแบบกรองกิน (Suspension feeder) จะกินอาหารที่พัดเข้ามา กับกระแสน้ํา และอาศัยอยู่กับที่ ดังนั้นการขุดรูอาศัยจะเป็นปกป้องตัว บริเวณที่มันอาศัยอยู่จะเป็น ที่อยู่มาตั้งแต่ตอนที่เป็นตัวอ่อน ซึ่งรูที่มันอยู่จะขยายใหญ่ออกไปได้เมื่อมันมีการเจริญเติบโต หากรู ถูกทําลายก็จะทําให้สัตว์เหล่านี้ตายได้
74.
74
หอยสองฝามักจะขุดรูอยู่ในทราย กินอาหารแบบกรองกิน เปลือกที่หุ้มตัวจะปกป้องมัน จากผู้ล่าที่มีขนาดเล็กกว่ามัน แต่การขุดรูอาศัยอยู่จะเป็นการปกป้องจากผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น ปลากระเบน หรือ ปู หนอน (polychaete) เป็นสัตว์ที่อาศัยในรูที่สร้างแบบถาวรขึ้นมา หากมันอาศัยในโคลน ก็จะสร้างท่อ โดยใช้เมือกเป็นแผ่นบาง ๆ แต่หากเป็นบริเวณที่มีตะกอนหยาบกว่าก็จะสร้างท่อโดย ใช้เศษเปลือกหอย กรวดต่าง ๆ มาซ้อนทับไปมาเหมือนการซ้อนกระดาษหลาย ๆ ชั้น ทําให้ท่อ ที่มันอยู่มีความแข็งแรง ภาพที่ 2 - 104 ท่อแบบต่างๆของหนอน ที่มา : http://www.georgialifetraces.com/tag/ global-warming/ ร่องรอยต่าง ๆ ของสัตว์มาได้อย่างไร? หากเราเดินไปบนหาดทรายในช่วงที่น้ําลด เราจะเห็นรอยที่เป็นเหมือนลากยาวไปบนทรายที่เปียก เหรียญทะเลหรืออีแปะทะเล (sand dollar) จะทิ้งรอยที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของมันไว้บนทราย ที่เปียก ซึ่งจะเป็นรอยลากยาวไปบนพื้นทราย เมื่อถึงจุดสิ้นสุดทรายตรงส่วนนั้นจะนูนขึ้นมา ภาพที่ 2- 105 ร่องรอยของอีแปะทะเล ที่มา : http://www.bwn.psu.ac.th/ beacheco.html
75.
75
ปูลม จะทิ้งร่องรอยของการเคลื่อนที่ ของขาปูไว้บนพื้นทราย และร่องรอยการ กินอาหารของปูลม จะพบทรายที่โดนคัด แยกไว้ เรียกว่า อุจจาระเทียม (Pseudo-feces) ซึ่งเป็นก้อนทรายที่ เหลือจากการเลือกกินอาหารของปู ภาพที่ 2 - 106 อุจจาระเทียม ที่มา : http://www.phitsanulokhotnews.com/8337 บางครั้งยังสามารถพบรอยขนาดใหญ่ที่เกิดจากสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น เต่าทะเล ขึ้นมาวางไข่บนหาดทรายหรือปลากระเบนที่เข้ามากินหอยในช่วงน้ําขึ้น ซึ่งปลา กระเบนสามารถขุดฝังตัวในทรายลงไปได้ลึกถึง 30 เซนติเมตร ก. รอยเต่าทะเล ข. รอยปลาตีน ภาพที่ 2 - 107 รอยจากสัตว์ขนาดใหญ่ ที่มา : http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3296.1665
76.
76
ดังนั้นรูที่เราพบมากมายบนหาดทรายจะเป็นที่ซ่อนตัว ของ ปู หนอน และหอยสองฝา รูเหล่านี้สามารถช่วย ในการจําแนกชนิดของสัตว์ได้อีกด้วย 2.2.3. ปัจจัยที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตบนหาดทราย หาดทรายจะมีปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพที่เป็นตัวควบคุมการกระจาย และความหนาแน่นของพืชและสัตว์ในระบบนิเวศนี้ ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมี การตอบสนองต่อสภาวะแวดล้อมที่ต่างกันไป 1. ปัจจัยทางกายภาพ 1.1 ความเค็ม (Salinity) ในช่วงที่มีฝนตกในทะเลน้ําทะเลจะถูกเจือจางลงทําให้ความเค็ม ลดลง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในบริเวณนี้จะต้องปรับตัวให้สามารถทนต่อความเค็มที่เปลี่ยนแปลงได้ 1.2 อุณหภูมิ (Temperature) ช่วงหน้าร้อน หรือเมื่อน้ําลดต่ําลงความร้อนอาจทําให้ สัตว์บางชนิดตายได้ เนื่องจากสูญเสียความชุ่มชื้นในร่างกายทําให้ร่างกายแห้งโดยเฉพาะสิ่งมีชีวิต ที่อาศัยในเขตน้ําขึ้นน้ําลง เมื่อช่วงน้ําลงร่างกายจะสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง พวกสัตว์เหล่านี้ จึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ในบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ได้แก่ สัตว์พวก หอยจะฝังตัวลงในทรายที่ลึก กลุ่มหอยฝาเดียวที่เกาะติดตามโขดหินก็จะปิดเปลือกฝาแน่น
77.
77 สัตว์บางชนิดจะสร้างเมือกหุ้มตัวเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ําของร่างกาย บางชนิดอาจเคลื่อนที่ ไปอยู่บริเวณซอกหินเพื่อลดการสัมผัสจากแสงแดด
1.3 ออกซิเจน (Oxygen) บริเวณที่มีตะกอนทรายละเอียด จะอุ้มน้ําได้ดี ซึ่งในน้ํานั้นจะมีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย สิ่งมีชีวิตที่อาศัยในรูจะได้ออกซิเจนมาจากน้ําที่มันดึงเข้ามาในรูไปใช้ ดังนั้นเมื่อน้ําลดลงสัตว์เหล่านี้ก็ต้องปรับตัวให้ทนต่อภาวะที่ออกซิเจนลดน้อยลงด้วย 1.4 ขนาดของตะกอน (Sediment grain size) ขนาดของ ตะกอนทรายจะเปลี่ยนไป เมื่อระดับความลึกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผล ต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทราย เราจะพบตะกอนทรายที่หยาบ ในตอนบนของหาดทราย ตะกอนทรายประเภทนี้จะระบายน้ําได้ดี น้ําซึมผ่านเร็ว ดังนั้นในช่วงที่น้ําลดทรายจะแห้งสิ่งมีชีวิตที่อาศัยได้ต้อง ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีมาก นอกจากนี้ขนาดของตะกอนยังมีผล ต่อสัตว์ที่ขุดรูอยู่ในทราย หากเป็นทรายละเอียดก็จะมีสัตว์พวกที่กิน แบบ deposit feeding มากกว่าพวกที่กินแบบ suspension feeding เนื่องจากง่ายต่อการกรองกิน แต่หากเป็นทรายหยาบก็จะพบ พวกที่กินแบบ suspension feeding มากกว่า 1.5 คลื่น (Exposure to waves) คลื่นที่ซัดเข้ามากระทบกับ ชายฝั่งจะทําให้เกิดออกซิเจนและพัดพาอาหารที่มากับกระแสน้ําเข้ามา บริเวณชายฝั่งด้วย การกระทําของคลื่นทําให้ชายฝั่งที่ถูกซัดบ่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลง หากเป็นหาดทรายที่ถูกคลื่นกัดเซาะบ่อย ๆ ต่อไป หน้าหาดก็จะมีพื้นที่น้อยลง ทําให้ที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบริเวณหาด ทรายถูกทําลายไปด้วย
78.
78
1.6 น้ําขึ้นน้ําลง (Tides) น้ําขึ้นน้ําลงจะส่งผลถึงปัจจัยย่อยอื่น ด้วย ได้แก่ อุณหภูมิ ความเค็ม และในเรื่องการกินอาหารของสิ่งมีชีวิต อีกด้วย บริเวณหาดทรายที่อยู่สูงขึ้นไปจะเปียกเฉพาะเวลาที่น้ําขึ้น สูงสุดเท่านั้น ทําให้บริเวณนี้ตะกอนจะมีช่วงที่แห้งมากกว่าช่วงที่ เปียก ส่วนหาดทรายที่อยู่ต่ําลงมาจะมีน้ําท่วมอยู่ตลอดเวลามีผลต่อ ปัจจัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงนับว่าเป็นตัวการที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตมาก 1.7 แสง (Light) เป็นสิ่งที่จําเป็นต่อพืช หากน้ําทะเลมี ความขุ่นเนื่องจากมีตะกอนในน้ํามากก็จะเป็นตัวกั้นแสง ทําให้ แสงส่องลงไปไม่ถึงหรือไม่เพียงพอต่อการสังเคราะห์ด้วยแสง ของสาหร่าย ซึ่งปกติแล้วพืชต้องการปริมาณแสงที่มากพอ ดังนั้นเมื่อน้ําลดลงมันจึงต้องมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพ นี้ 2. ปัจจัยทางชีวภาพ 2.1 การกินโดยตรง (Grazing) เป็นพฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์ที่กินพืช มันจะกัดกิน พืช เช่น สาหร่ายหรือหญ้าทะเล ในแนวชายฝั่งหินจะพบสาหร่ายขนาดใหญ่ที่เกาะตามแนวโขดหิน เจริญเติบโตอยู่ ซึ่งสาหร่ายที่อาศัยในหาดทรายและหาดโคลนนั้นจะเป็นสาหร่ายเซลล์เดียวที่มีขนาด เล็กที่เรียกว่า ไดอะตอม ส่วนแบคทีเรียที่อยู่ในตะกอนทรายก็จะเป็นอาหารของสัตว์ที่กินพืชด้วย จะมีปูที่อาศัยในหาดทราย เช่น ปูปั้นทราย, ปูทหาร เป็นปูที่กินพวกไดอะตอมที่อยู่ในทราย ในหาดโคลนจะมีหอยฝาเดียวจํานวนมาก พวกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศหาดโคลน เนื่องจาก มันจะกินไดอะตอมและแบคทีเรียที่เคลือบบนผิวหน้าหาดโคลน
79.
79
2.2 ผู้ล่า (Predator) ในระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน จะพบผู้ล่าในช่วงกว้างมาก เช่น กลุ่มหอย หรือพวกปลาได้แก่ ปลากระเบน ปลาฉลามที่เข้ามาในบริเวณชายฝั่งเมื่อน้ําขึ้นสูงเท่านั้น กลุ่มสัตว์บกได้แก่ นก หนู จะเข้ามากินอาหารในช่วงที่น้ําลด หากเป็นผู้ล่าที่มีขนาดเล็กมันก็ อาจถูกกินโดยผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.3 ผู้ล่า (Predator) ในระบบนิเวศหาดทราย และหาดโคลน จะพบผู้ล่าในช่วงกว้างมาก เช่น กลุ่มหอย หรือพวกปลาได้แก่ ปลากระเบน ปลาฉลามที่เข้ามาใน บริเวณชายฝั่งเมื่อน้ําขึ้นสูงเท่านั้น กลุ่มสัตว์บกได้แก่ นก หนู จะเข้ามากินอาหารในช่วงที่น้ําลด หากเป็นผู้ล่าที่มีขนาด เล็กมันก็อาจถูกกินโดยผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.4 ความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ล่า และเหยื่อ (Predator-prey interactions) จํานวนของผู้ล่าจะขึ้นอยู่กับจํานวนของเหยื่อที่เป็นอาหารของมัน เช่น จํานวนของสัตว์ที่ กินพืชก็จะขึ้นอยู่กับแหล่งพืชที่มีอยู่ในบริเวณนั้นว่ามากหรือน้อย เมื่อประชากรของสัตว์ กินพืชเพิ่มขึ้น จํานวนของผู้ล่าก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ล่า และผู้ถูกล่า เป็นตัวกําหนดขนาดของประชากรสิ่งมีชีวิต
80.
80
2.5 ภาวะแข่งขัน (Competition) จํานวนประชากรของสิ่งมีชีวิต จะมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงปัจจัย ทางกายภาพและผู้ล่า มาเป็นตัวยับยั้งการเจริญเติบโตนั้น ซึ่งหาก อาหารของสิ่งมีชีวิตลดน้อยลงก็จะทําให้เกิดการแก่งแย่งแข่งขันกัน ระหว่างสิ่งมีชีวิต และจะส่งผลต่อประชากรของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นด้วย 2.6 การสืบพันธุ์ (Reproduction) ประชากร จะเพิ่มขึ้นเมื่อมีการผสมพันธุ์ หรืออาจเกิดจากการย้าย ถิ่นก็ได้ สิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณชายฝั่งจะผลิตตัวอ่อน จํานวนมาก ตัวอ่อนเหล่านี้จะเป็นแพลงก์ตอนล่องลอย ในกระแสน้ํา กระจายไปในหาดอื่นหรือเกาะต่าง ๆ ต้องเจอกับผู้ล่าและปัจจัยทางกายภาพต่าง ๆ ทําให้ มีเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้นที่สามารถมีชีวิตอยู่ โตจนเป็น ตัวเต็มวัยได้ ซึ่งหากมีปัจจัยต่าง ๆ เหมาะสมก็จะทําให้ จํานวนรอดเพิ่มมากขึ้น เหล่านี้จึงส่งผลต่อการเพิ่มขึ้น ของจํานวนประชากร
81.
81
กิจกรรมที่ 2.10 ทบสอบความเข้าใจกันหน่อย... คําชี้แจง จงตอบคําถามให้ได้ใจความสมบูรณ์ลงในสมุดงาน 1. ปัจจัยทางกายภาพ ที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตบนหาดทราย คือ ................................................................ ........ ......................................................................................................................................................... ....................... .......................................................................................................................................................... ...................... .......................................................................................................................................................... ...................... .......................................................................................................................................................... ...................... 2. ปัจจัยทางชีวภาพ ที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตบนหาดทราย คือ ................................................................... .... .......................................................................................................................................................... ...................... .......................................................................................................................................................... ...................... .......................................................................................................................................................... ....................... .......................................................................................................................................................... ....................... .......................................................................................................................................................... ....................... .......................................................................................................................................................... ....................... ทาได้สิพี่กบ....ข้อไหนทาไม่ได้เราก็ ทาได้ไหมจ๊ะ...เด็ก ๆ กลับไปศึกษาเนื้อหาอีกรอบ..
82.
82 2.3
สายใยอาหารในระบบนิเวศชายหาด ระบบนิเวศชายหาดนั้นมีองค์ประกอบ โครงสร้างของระบบนิเวศชายหาด หลายอย่างรวมกัน และมีความหลากหลาย ของสิ่งมีชีวิตมากมาย โครงสร้างหลัก ๆ ของ ระบบนิเวศแนวชายหาดนั้นแยกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ 1. องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต - สารอนินทรีย์ ได้แก่ คาร์บอน น้ํา ออกซิเจน ธาตุอาหาร - สารอินทรีย์ ได้แก่ ซากพืช ซากสัตว์ - ปัจจัยทางกายภาพ ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ความเป็นกรด-เบส ความชื้น 2. องค์ประกอบที่มีชีวิต คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่ ร่วมกันในระบบ ประกอบด้วย 3กลุ่ม ใหญ่ ๆ คือ - ผู้ผลิต เป็นพวกพืชที่สร้างอาหารเองได้ - ผู้บริโภค กลุ่มที่กินพืชหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร - ผู้ย่อยสลาย ได้แก่ จุลินทรีย์ต่าง ๆ ทําหน้าที่ย่อยสลาย ซากพืชซากสัตว์
83.
83
ความหลากหลายของระบบนิเวศชายหาดที่มีทั้งพืช และสัตว์ ซึ่งต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกัน และกัน จัดเป็นแหล่งอาหารที่สําคัญของสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาอาศัย เช่น พืชจะสังเคราะห์ ด้วยแสง และ สร้างอาหาร และถูกกินโดยสัตว์กินพืช สัตว์กินพืชจะถูกกินโดยสัตว์อื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า รูปแบบ ดังกล่าวเป็นตัวหมุนเวียนพลังงานในระบบ โดยเริ่มจากพลังงานแสง ถูกเปลี่ยนรูปและถ่ายทอด ไปสู่ผู้บริโภคลําดับต่าง ๆ ในระบบนิเวศ ผ่านทางห่วงโซ่อาหาร (food chain) โดยในระบบ นิเวศธรรมชาติระบบหนึ่ง ๆ จะมีห่วงโซ่อาหารสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนหลายห่วงโซ่ ในรูปแบบที่ เรียกว่า สายใยอาหาร (food web) ผู้ผลิต ผู้บริโภคลําดับที่หนึ่ง ผู้บริโภคลําดับที่สอง ผู้บริโภคลําดับที่สาม ผู้บริโภคลําดับที่สี่ ภาพที่ 2-108 ห่วงโซ่อาหาร ห่วงโซ่อาหารในทะเล ประกอบด้วย 1. ผู้ผลิตขั้นต้น เป็นพวกที่สามารถสร้างอาหารได้เองโดยการสังเคราะห์ด้วยแสง และเป็น อาหารของสิ่งมีชีวิตอื่น บริเวณชายหาดจะมีพืชชายหาด รวมทั้งสาหร่าย เป็นผู้ผลิตขั้นต้นในระบบ สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้จะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงาน 2. ผู้บริโภคลําดับที่หนึ่ง คือพวกที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ จะกินผู้ผลิตขั้นต้นเป็นอาหาร สิ่งมีชีวิตที่กินพืชนั้นเราเรียกว่า herbivores ได้แก่ กลุ่มหอยที่ครูดกินสาหร่าย 3. ผู้บริโภคลําดับที่สอง คือสัตว์ที่กินผู้บริโภคลําดับที่หนึ่งเป็นอาหาร พวกที่กินเนื้อเหล่านี้เรา เรียกว่า carnivores เช่น ปู ปลา นก
84.
84
4. ผู้ย่อยสลาย สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้จะย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต ของเสีย เป็นอาหารได้แก่ แบคทีเรียและรา กลุ่มนี้ยังมีความสําคัญต่อระบบ เนื่องจากเป็นตัวที่จะทําให้เกิดการหมุนเวียน สารอาหารกลับเข้าสู่ระบบใหม่อีกครั้ง แพลงก์ตอนสัตว์ ถูกกินโดยปลา โปรโตซัวถูกกินโดย แพลงก์ตอนสัตว์ ขับถ่าย หมุนเวียน ธาตุอาหาร กลับสู่ระบบ แบคทีเรีย หมุนเวียนธาตุอาหาร และเป็นอาหารโปรโตซัว ภาพที่ 2- 109 ห่วงโซ่อาหารในทะเล ที่มา : http://www.sci.psu.ac.th/chm/biodiversity/beach_food.html รูปแบบของห่วงโซ่อาหารระบบนิเวศนั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Grazing Food chain ห่วงโซ่อาหารแบบจับกิน เป็นห่วงโซ่อาหารที่เริ่มต้นจากพืชผ่านไป ยังสัตว์กินพืชและสัตว์กินสัตว์ตามลําดับ Detritus food chain ห่วงโซ่อาหารแบบกินเศษอินทรีย์ เป็นห่วงโซ่อาหารที่เริ่มจากสาร อนินทรีย์จากซากของสิ่งมีชีวิตถูกย่อยสลายด้วยผู้ย่อยสลาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกจุลินทรีย์ และ จะถูกกินโดยสัตว์ และผู้ล่าอื่น ๆ
85.
85
อย่างไรก็ตามในสภาพธรรมชาติจริง ๆ แล้ว การกินกันอาจไม่ได้เป็นลําดับที่แน่นอน เพราะ ผู้ล่าชนิดหนึ่งอาจล่าเหยื่อได้หลายชนิด และก็ตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าชนิดอื่นๆ การถ่ายทอดพลังงาน จึงมีความซับซ้อนมากขึ้น และสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันไปมาในลักษณะสายใยอาหาร ภาพที่ 2 - 110 รูปแบบสายใยอาหารในระบบนิเวศชายหาด ที่มา : http://www.sci.psu.ac.th/chm/biodiversity/beach_food.html
86.
86
แพลงก์ตอน แบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มคือ แพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์ ซึ่งทั้งสอง กลุ่มมีส่วนสําคัญในการเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ําชนิดอื่น ๆ ในแหล่งน้ํา โดยที่แพลงก์ตอนพืช มีบทบาทหลักในการเป็นผู้ผลิตเบื้องต้น (Primary producer) ของห่วงโซ่อาหาร และเป็น อาหารของแพลงก์ตอนสัตว์ จากนั้นแพลงก์ตอนสัตว์ก็จะถูกกินด้วยสัตว์น้ําวัยอ่อน ตามด้วยสัตว์น้ํา อื่น ๆ ต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงมนุษย์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ชนิดและปริมาณของสิ่งมีชีวิตทุก ๆ ชนิด ในห่วงโซ่อาหารจึงมีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ นั่นคือ ชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพืช จะเป็นตัวกําหนดชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนสัตว์ ต่อเรื่อยไปจนสิ้นสุดห่วงโซ่อาหาร ดังนั้น ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทุกด้านจึงมีความสําคัญในการกําหนดชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนพืช ซึ่งมนุษย์เองก็มีอิทธิพลอย่างมากในการเข้าไปเปลี่ยนแปลงความสมดุลของห่วงโซ่อันนี้ ในรูปแบบ ต่าง ๆ ที่เห็นกันอย่างชัดเจนก็คือการทิ้งของเสียลงแหล่งน้ํา ทั้งจากชุมชนหรือจากแหล่ง อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทําให้คุณสมบัติของน้ํามีการเปลี่ยนแปลงจนทําให้องค์ประกอบของ ชนิดและปริมาณแพลงก์ตอนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในห่วงโซ่อาหาร ภาพที่ 2 - 111 ความหลากหลายของแพลงก์ตอนนานาชนิดในกระแสน้ํา ซึ่งแม้จะมีขนาดเล็กแต่เป็นผู้ผลิตที่สําคัญในห่วงโซ่อาหาร ที่มา : http://www.biotec.or.th/brt/index.php/2010-08-09-09-38- 28/161-plankton-animal
87.
87
กิจกรรมที่ 2.11 ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ คําชี้แจง จงตอบคําถามให้ได้ใจความสมบูรณ์ลงในสมุดงาน 1. โครงสร้างหลักของระบบนิเวศแนวชายหาด แบ่งเป็น............ส่วน คือ............................................ .. .......................................................................................................................................................... ................ 2. องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต ได้แก่......................................................................................................... ...... .......................................................................................................................................................... ............... 3. องค์ประกอบที่มีชีวิต ได้แก่............................................................................................................ ........ .......................................................................................................................................................... ................ 4. ผู้ผลิตขั้นต้น คือ ........................................................................................................................... ........ ........................................................................ได้แก่......................................................................... ............... 5. ผู้บริโภคลําดับที่หนึ่ง คือ............................................................................................................... ........ ................................................................ได้แก่............................................................................ ........... 6. ผู้บริโภคลําดับที่สอง คือ.............................................................................................................. .......... ................................................................ได้แก่............................................................................ ............ 7. ผู้ย่อยสลาย คือ........................................................................................................................... ............. ได้แก่.................................................................................................................................. ......................... 8. ผู้ย่อยสลาย มีความสําคัญต่อระบบ คือ........................................................................................ ....... ......................................................................................................................................................... .......... 9. ห่วงโซ่อาหาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ.1)...........................................................................มี ลักษณะดังนี้....................................................................................................................................... ........ 2)...............................................................มีลักษณะดังนี้................................................................ ......... ......................................................................................................................................................... ............. 10. สายใยอาหาร หมายถึง............................................................................................................... ...........
88.
88 11. นักเรียนศึกษาแผนภาพสายใยอาหารที่กําหนดให้ แล้วเขียนห่วงโซ่อาหารที่มีอยู่ในสายใยอาหาร
กุ้ง ใบไม้เป็นอาหารของปู เศษใบไม้เป็นที่รวม รวมของกลุ่มบักเตรี และรา ปลากินพืช กลุ่มบักเตรีและรา สารอินทรีย์ละลายน้ํา ใบไม้ บักเตรี ดูดซับด้วย ตะกอน สารอินทรีย์ขนาดเล็ก สาหร่าย สาหร่าย เป็นอาหารของ สัตว์หน้าดิน โปรโตซัว กุ้ง-หอย ขนาดเล็ก ปลากินเนื้อ ภาพที่ 2-56 สายใยอาหาร ที่มา : http://www.sc.psu.ac.th/chm/biodiversity/mangrove_food.html ห่วงโซ่อาหาร มีดังนี้ ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... .................... ......................................................................................................................................................... ....................
Download