More Related Content
What's hot (20)
ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 8 การเขียนเชิงวิชาการ(238 262) กาพย์ยานี11และโคลงสี่สุภาพ [โหมดความเข้ากันได้] ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น) ใบงานคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ หน่วยที่ 2 โครงสร้างและการเรียบเรียงประโยคและการใช้สำนวนภาษา โครงงานเรื่อง การศึกษาต้นไม้ในโรงเรียน คำสมาส [โหมดความเข้ากันได้] การหายใจแสง พืช C4 พืช cam (t) หน่วยที่ 2 ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ(อินเดีย) Similar to วัฒนธรรมกับภาษา ๕๗( ตอน ๓) (20)
กลุ่ม ๓ บทที่ ๕ ภาพสะท้อนของลักษณะภาษาไทย. ภาษาไทยหลักภาษาและการใช้ภาษา ม.6 ตอน4_หลักการใช้ภาษา.pptx คำราชาศัพท์ที่ใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน 3 การใช้ทักษะทางภาษาสื่อสารเพื่อพัฒนาตนเอง(74-103) ใบความรู้เรื่อง ธรรมชาติของภาษา บทที่ ๕ ภาษาไทยในฐานะต่างประเทศ วัฒนธรรมกับภาษา ๕๗( ตอน ๓)
- 8. ๕. ภำษำไทยมีคำลักษณนำมช่วยจำแนกลักษณะของสิ่งต่ำง
ช้างบ้าน ใช้ลักษณนามว่า เชือก
ช้างป่ า ใช้ลักษณนามว่า ตัว
ช้างขึ้นระวาง ใช้ลักษณนามว่า ช้าง
งาช้าง ใช้ลักษณนามว่า กิ่ง
แคน ใช้ลักษณนามว่า เต้า
หอยสังข์ ใช้ลักษณนามว่า ขอน
แห อวน โพงพาง ใช้ลักษณนามว่า ปาก
เลื่อย ใช้ลักษณนามว่า ปื้น
แม่ชี ใช้ลักษณนามว่า คน
สวน ใช้ลักษณนามว่า ขนัด
ลูกคิด ใช้ลักษณนามว่า ราง
รุ้งกินน้า ใช้ลักษณนามว่า ตัว
ข้าวเม่าทอด ใช้ลักษณนามว่า แพ
- 9. ขนมครก คู่ ฝา
นางฟ้ า ใช้ลักษณนามว่า องค์
นางอัปสร ใช้ลักษณนามว่า นาง
ระกา ใช้ลักษณนามว่า กระปุก
ขนมจีน ใช้ลักษณนามว่า จับ
ไข่มุก ใช้ลักษณนามว่า เมนด
คทำ ใช้ลักษณนามว่า เล่ม อัน
คลื่น ใช้ลักษณนามว่า ลูก
คัมภีร์ใบลำน ใช้ลักษณนามว่า ผูก
บัตรประชำชน ใช้ลักษณนำมว่ำ ฉบับ
ระนำด ใช้ลักษณนามว่า ผืน, รำง
นาฬิกาแดด ใช้ลักษณนามว่า เรือน
นาฬิกาทราย ใช้ลักษณนามว่า อัน
ภูต ผี ปีศำจ ชีเปลือย ใช้ลักษณนามว่า ตน
วิญญาณ ใช้ลักษณนามว่า ดวง
ธรรมจักร วง
- 17. โขนเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ : ๑. เรือครุฑเหินเหนจ ๒. เรือครุฑเตรนจไตรจักร
๓. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์๔. เรือกระบี่ปรำบเมืองมำร๕. เรือกระบี่รำญรอนรำพย์
๖. เรือพระที่นั่งอนันตนำครำช๗. เรือพำลีรั้งทวีป๘. เรือสุครีพครองเมือง๙. เรืออสุร
วำยุภักษ์
- 18. ยำว 44.9 เมตร กว้ำง 3.14 เมตร ลึก 0.9 เมตร
กินน้ำลึก 0.41 เมตร กำลัง 3.5 เมตร (พำยครั้ง
หนึ่งแล่นไปได้ไกล 3.5 เมตร) หนัก 15.1 ตัน
- 29. ๑.
พระมหากษัตริย์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๒สมเด็จพระบรม ๑.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ
๒. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสยามมกุฎราชกุมาร
๓. สมเด็จพระเทพรัตราชสุดาสยามบรมราชกุมารี
๕. สมเด็จพระบรมราชชนนี( สมเด็จย่า )
๓.สมเด็จเจ้าฟ้ า ๑. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
๒. สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราช
นครินทร์
๔.พระองค์เจ้า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา
พระองค์เจ้าฑีปังกรรัชมีโชติ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
๕.หม่อมเจ้า หม่อมเจ้าชาตรี เฉลิมยุคล
การใช้คาราชาศัพท์
๑
๒
๓
- 34. ภำษำไทยมีระดับใช้ภำษำในสังคม
- กูอั๋ว เรา ฉัน ดิฉัน กระผม ข้าพเจ้า ข้าพระพุทธเจ้า
อาตมา
เกล้ากระหม่อม
-ไอ้เหี้ย มึง มัน เอ็ง เธอ ท่าน คุณ พระคุณท่าน พระองค์
- แดก ยัด สวาปาม กิน รับประทาน ฉัน เสวย
- เป็นไข้ ไม่สบาย เจ็บป่วย
- 35. ภำษำพูด ภำษำทำงกำร
วัยโจ๋ วัยรุ่น
เจ๋ง เยี่ยมมำก
แห้ว ผิดหวัง
เดี้ยง พลำดและเจนบตัว
มั่วนิ่ม ไม่ใส่ใจรำยละเอียด
ในหลวง พระมหำกษัตริย์
ผัวเมีย สำมีภรรยำ
เมียน้อย อนุภรรยำ
ค่อยยังชั่ว อำกำรดีขึ้น อำกำรทุเลำขึ้น
ดำรำหนัง ดำรำภำพยนตร์
- 37. ประโยคที่ใช้สานวนการพูด ประโยคที่ใช้ในการเขียน
๑. เธอทำยังงี้ไม่ถูกนะ เธอทำอย่ำงนี้ไม่ถูกต้อง
๒. แบบว่ำงำนนี้ฉันไม่ถนัด ฉันไม่ถนัดที่จะทำงำนนี้
๓. เค้ำไม่มำตั้งหลำยวันแล้วแหละ เขำไม่มำหลำยวันแล้ว
๔. ฉันกนเลยไม่รู้ว่ำเกิดอะไรขึ้นกันแน่
๕. พอค่อยยังชั่วแล้วฉันกนเลยลงเล่นน้ำต่อ
๖.เขำถูกคัดเลือกเปนนพนักงำนดีเด่นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
๗.อ่ำนหนังสือเยอะ เพื่อหำตัวอย่ำงฝึกอะไรต่ำง ให้เยอะขึ้น
๘.บำงร้ำนอำหำรไม่สะอำดไม่มีอะไรมำปิดซึ่งทำนบ่อย ทุกวัน กนเหมือน
เรำจะสะสมเชื้อโรคต่ำง จึงอยำกให้ทุกคนใส่ใจในอำหำรที่เรำกินด้วย
๙.เมื่อไปถึงจตุจักรเรำกนไปกินข้ำว แล้วเดินซื้อของกันที่จตุจักรมีของเยอะ
มำก เกือบทุกอย่ำงเลย
การใช้สานวนการพูดในการเขียน
- 63. ครั้งโบรำณถือว่ำพิธีสร้ำงพระนคร หรือสร้ำงบ้ำน สร้ำงเมือง จะศักดิ์สิทธิ์ต้องทำ
พิธีฝังอำถรรพ์ ๔ ประตูเมือง และต้องฝังเสำหลักเมืองแม้เสำมหำปรำสำทกนเช่นกัน กำรฝัง
อำถรรพ์กระทำด้วยกำรป่ำวร้องรียกผู้คนที่มีชื่อ อิน, จัน, มั่น และคง ไปทั่วเมือง เมื่อ
ชาวเมืองเคราะห์ร้ายขานรับ ก็จะถูกนาตัวมาสถานที่ทาพิธี และถูกจับฝังลงหลุมเป็นๆ ทั้ง
๔ คน เพื่อให้ดวงวิญญำณของคนเหล่ำนั้นอยู่เฝ้ำหลักเมือง เฝ้ำปรำสำท และประตูเมือง
คอยคุ้มครองบ้ำนเมือง.. ป้องกันอริรำชศัตรูและปัดเป่ำโรคภัยมิให้เกิดแก่คนในนคร
กำรฝังอำถรรพ์กนเปนนคนเปนนล้วน ถึง 52 คน ฝังตำมประตูเมืองประตูละ 3คน
12 ประตูกนเปนนทั้งหมด 36 คน และเฉพำะใต้พระที่นั่งในท้องพระโรงต้องฝังถึง 4 คน และ
คนที่ถูกฝังทั้งเปนนเพื่อเปนนผีคอยรักษำเมืองและพระรำชวังนั้นต้องเลือกให้ได้ลักษณะ
ตำมที่โหรพรำหมณ์กำหนด ไม่ใช้นักโทษที่ต้องโทษประหำร
แต่จะเปนนคนที่อยู่ในวัยต่ำง กันมีตั้งแต่คนมีอายุจนถึงเด็กทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนต้อง
มีฐานะดีเป็นที่ยกย่องในกลุ่มชน และต้องเกิดตามที่โหรกาหนด
ถ้าเป็นชายต้องไม่มีรอยสัก ผู้หญิงต้องไม่เจาะหู เมื่อสั่งเสียล่าลา ญาติพี่น้องแล้วก็จะถูก
นาตัวไปลงหลุมญาติพี่น้องก็จะได้รับพระราชทานรางวัล
- 64. เวลาตกฟากสามชั้นฉาย
๑๐ อักษร = ๑ เมล็ดงา
๔ เมล็ดงา ๑ เมล็ดข้าวเปลือก
๔ เมล็ดข้าวเปลือก ๑ องคุลี
๑๕ องคุลี ๑ ชั้นฉาย
ชั้นฉายวัดจากเงาของตัวเอง ๑ ช่วงเท้าเท่ากับ ๑ ชั้นฉาย
- 67. บ้างทาห่อหมกปกปิ ดไว้ ต้มไข่ผัดปลาแห้งทั้งแกง
บวน
บ้างก็ทาวุ้นชาสาคู ข้าวเหนียวหน้าหมูไว้ถี่ถ้วน
หน้าเตียงเรียงเล็ดข้าวเม่ากวน ของสวนส้มสูกทั้ง
ลูกไม้
มะปรางลางสาดลูกหวายหว้า ส้มโอส้มซ่าทั้งกล้วย
ไข่
ทุกบ้านอลหม่านกันทั่วไป จนดึกดื่นหลับใหลไป
ฉับพลัน
ครั้นรุ่งแจ้งแสงทองส่องฟ้ า ต่างตกแต่งกายาขมีขมัน
หนุ่มสาวเฒ่าแก่มาแจกัน พร้อมกันที่วัดป่าเลไลยสะท้อนความวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ลักษณะของผู้คนที่มีความศรัทธาใน
พระพุทธศาสนา สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยกรในช่วงเวลา
นั้น วัฒนธรรมในการประกอบอาหาร
- 70. มหาชาติทั้งสิบสามกัณฑ์ วัดป่ าเลไลยก์นั้นวันพระหน้า
ตาปะขาวเฒ่าแก่แซ่กันมา พร้อมกันนั่งปรึกษาที่วัดนั้น
บ้างก็รับทศพรหิมพานต์ บ้างก็รับเอาทานกัณฑ์นั่น
ที่ลูกดกรับชูชกกัณฑ์กลางวัน ให้ยายศรีประจันกัณฑ์มัทรี
มหาราชพันชาติกัณฑ์กลางคืน ฟังหัวเราะครึกครื้นกันอึงมี่
ฉ้อกษัตริ์ย์สงัดเงียบเชียบดี ตาหมื่นศรีคนแก่แกรับไป
เทศน์กัณฑ์มหาพนชีต้นใจ ตาไทก็รับไปทันที
เออกัณฑ์หนึ่งใหญ่ให้ใครดี ยากที่สัปุรุษจะรับไป
นายบุญคุ้นกันไปไวไว ถึงขุนช้างยื่นให้ใบฎีกา
จะมีพระมหาชาติสิบสามกัณฑ์ วัดป่ าเลไลยก์นั้นวันพระหน้า
ตามแต่ใจหม่อมจะศรัทธา พ่อขอทาบุญบ้างเป็นไรนาง
พิมพ์ศรีประจันกัณฑ์มัทรี กุมารยังหามีใครรับไม่
ขุนช้างหัวร่อออชอบใจ ที่กัณฑ์ใหญ่ใหญ่เรายินดี
จะคิดอะไรกับสิ้นยัง ถึงสิ้นสักห้าชั่งยังไม่หนี
เกิดชาติหน้าใหม่จะได้ไปมั่งมี ทาบุญอย่างนี้เราเต็มใจ
- 79. ตลาดขายผ้า มีทั้งผ้าพื้นเมือง และผ้าต่างประเทศ ผ้าพื้นเมืองที่ส่งเข้ามาขายใน
กรุงศรีอยุธยา ตามที่ปรากฏว่า "คาให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม" กล่าว
ว่า สินค้ามาจากเมืองนครราชสีมา คือ "ผ้าตาราง ผ้าลายบัวสี่คืบน่าเกบทอง
และผ้าตาบัวปอก ตาเลดงา" สินค้าจากเมืองพระตะบองคือ "ผ้าปูมแพรญวน"
และในกรุงศรีอยุธยาเอง ก็มีการทอผ้า เช่น "บ้านริมวัดลอดช่อง พวกแขกตานี
ทอผ้าไหม ผ้าด้ายเป็นผ้าพื้น ผ้าม่วงเกลี้ยงดอกขาย"
- 91. ยกเมฆ เมฆดั้น คือการมองเมฆบนท้องฟ้ า
ถ้าหลับตาดูเรียกว่าเมฆดั้น
ถ้ากาหนดใจเรียกว่าเมฆจิต คือพิจารณาว่าเมฆเป็นรูปอะไร
เมฆฉายให้ดูเงาของเมฆ หากเป็นรูปพระนารายณ์ จระเข้ จะเป็น
เรื่องดี
- 92. ลมสูรย์ ลมจันทร์ หรือสุริยกลา จันทกลา
พิจารณาลมหายใจเข้าออก ลมหายใจทางช่องจมูกขวา
เป็นพระอาทิตย์ เรียกว่าสุริยกลา (ไม่ดี ) ให้สวดพระ
พุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังคคุณ
ลมหายใจจมูกซ้าย เป็นพระจันทร์ เรียกว่า จันทกลาซึ่งถ้า
ลมออกทางซ้ายเป็นเรื่องดี
ถ้าออกทั้งสองข้างเสมอกัน ถ้าจะเดินทาง ออกศึก ลม
หายใจออกทางใด ให้ยกเท้านั้น
- 101. พาลด่าลาวทองป้ องปิดไว้ จนได้ทะเลาะตัดรอนกู
ไม่ปรารถนาจะค้าคบ อีหน้าด้านพาลตลบน่าอดสู
ผัวไปยังไม่พ้นประตู คบชู้แช่เล่มไว้เต็มใจ
ตาแยเจ้าเอ๋ยมันแสนคัน จะเท่ามันคนนี้หามีไม่
กลากเกลื้อนขี้เรื้อนพรรนัย หยูกยาหาใส่ก็หายคัน
อีชาติชั่วเป็นตัวเท่าตัวหนอน ไชชอนดิบเดี้ยนจนตัวสั่น
ถึงจะหายาให้สิ้นถิ่นสุพรรณ วันเดียวก็จะสิ้นตารายา
มึงตายเสียเถิดวันทองเอ๋ย อย่าอยู่เลยชักดาบออกเงื้อง่า
กระทืบโผงผางกลางนาวา จิกหัวเอามาฆ่าให้ตาย ฯ
- 104. หนูร้อง
ร้องกุก ๆ จะมีลาภ ร้องสิ ๆ จะตายจากกัน ร้องขิก ๆ จะมีพี่น้องมา
หา
ร้องคุก ๆจะตีด่ากัน ร้องขีด ๆ จะมีลาภ
หนูกกคืออะไร
- 136. นางวันทองรับพระราชโองการ ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่
กุศลดลมัวให้ชั่วใจ ด้วยสิ้นในอายุที่เกิดมา
คะนึงตะลึงตะลานอก ดังตัวตกพระสุเมรภูผา
อุทัจอัดอั้นตันอุรา เกรงผิดพายหน้าก็สุดคิด
ว่าจะรักขุนช้างกระไรได้ ที่จริงใจมิได้รักแต่สักนิด
พ่อห่วงลูกดังดวงชีวิต แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน
จาเลยจะทูลเป็นกลางไว้ ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
แล้วเท่านั้นมิทันนาน นางก้มกราบแล้วทูลไปฉับพลัน
“ความรักขุนแผนก็แสนรัก ด้วยร่วมรักมานักไม่เดียดฉันท์
สู้ลาบากบุกป่ ามาด้วยกัน สารพันอดออกถนอมใจ
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา คาหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
เงินทองกองไว้ไม่ให้ใคร ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
จมื่นไวยเล่าก็เลือดในอก ก็หยิบยกรักใคร่เท่ากันกับผัว”
ทูลพรางตัวนางระเริ่มรัว ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป
- 138. หญิงกำลกิณีอีแพศยำ มันไม่น่ำเชยชิดพิสมัย
ที่รูปรวยสวยมำมีถมไป มึงตัดใจเสียเถิดอีคนนี้
เร่งเรนวหำยพระยำยมรำช ไปฟันฟำดเสียให้มันเปนนผี
อกเอำขวำนผ่ำอย่ำปรำณี อย่ำให้มีโลหิตติดดินกู
เอำใบตองรองไว้ให้หมำกิน ตกดินจะอัปรีย์กำลีอยู่
ฟันให้หญิงชำยทั้งหลำยดู สั่งเสรนจเสดนจสู่ปรำสำทชัย”
ครำนั้นขุนแผนแสนสะท้ำน ฟังลูกคิดอ่ำนกนเหนนได้
แต่ครั้นจับยำมดูรู้แจ้งใจ จึงว่ำกับพระไวยพ่อพลำยงำม
อัฐกำลพำลขัดอยู่หนักหนำ พ่อว่ำประหนึ่งจะชิงห้ำม
เจ้ำจะไปทูลขอดูกนตำม ในยำมว่ำองค์พระทรงชัย
เจ้ำไปทูลขอโทษคงโปรดแน่ แต่แม่เจ้ำหำพ้นจำกตำยไม่
ดูหน้ำหน้ำกนนวลจวนบรรลัย จะใกล้ในเวลำนี้เข้ำสี่โมง
ขีดชำตำลงดูกับแผ่นดิน กนขำดสิ้นเครำะห์ร้ำยเหนนตำยโหง
เสำร์ทับลัคนำกำจับโลง ยำมลิงล้วงโพรงจระเข้กิน
ใครต้องยำมนี้มิได้รอด พระไวยเหนนตลอดอยู่เสรนจสิ้น
- 140. สถำน 1 คือ ให้ต่อยกระบำนศีศะ เลิกออก แล้ว เอำคีมคีบก้อนเหลนกแดงใหญ่ใส่ลงไปใน
มันสะหมอง ศีศะพลุ่งฟู่ขึ้นดั่งม่อ เคี่ยวน้ำส้มพะอูม
สถำน 2 คือ ให้ตัดแต่หนังจำระ (จำก) เบื้องหน้ำถึงไพรปำกเบื้องบนทั้งสองข้ำงเปนน
กำหนด ถึงหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้ำงเปนนกำหนด ถึงเกลียวคอชำยผมเบื้องหลังเปนน
กำหนด (หนังบริเวณคอถึงท้ำยทอย) แล้วให้มุ่นกระหมวดผมเข้ำทั้งสิ้น (ม้วนเข้ำหำกัน)
เอำท่อนไม้สอดเข้ำข้ำงละคน โยกคลอนสั่นเพิกหนังทั้งผมนั้นออกเสียแล้วเอำกรวดทรำย
หยำบขัดกระบำนศีศะชำระ ให้ขำวเหมือนพรรณศรีสังข์
สถำน 3 คือ ให้เอำขอเกี่ยวปำกให้อ้ำไว้แล้ให้ตำมประทีบ (ดวงไฟ) ไว้ในปำก ไนยหนึ่ง
(นัยหนึ่ง) เอำปำกสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่ำปำกจนหมวกหู (ใบหู) ทั้งสองข้ำง แล้วเอำขอ
เกี่ยวให้อ้ำปำกไว้ให้โลหิตไหลออกเตนมปำก
- 141. สถำน 4 คือ เอำผ้ำชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่ำงกำยแล้วเอำเพลิงจุด
สถำน 5 คือ เอำผ้ำชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอำเพลิงจุด
สถำน 6 คือ เชือดเนื้อให้เปนนแรงเปนนริ้วอย่ำให้ขำดจำกกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้ำ
แล้วเอำเชือกผูกจำ ให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังแห่งตน ให้ฉุดคร่ำตีจำให้เดินไป
กว่ำจะตำย
สถำน 7 คือ เชือดเนื้อหนังเปนนแร่งเปนนริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมำถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอว
ให้เเปนน ริ้วลงมำถึงข้อเท้ำกระทำหนังเบื้องบนให้คลุมลงมำเหมือนนุ่งผ้ำ
- 142. สถำน 8 คือ ให้เอำห่วงเหลนกสวมข้อศอกทั้งสองข้ำง ข้อเข่ำทั้งสองข้ำงให้มั่นแล้วเอำ
หลักสอดในวงเหลนกแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่น ดินอย่ำให้ไหวตัวได้ แล้วเอำเพลิงรน
(ลน)ให้รอบตัวจนกว่ำจะตำย
สถำน 9 คือ ให้เอำเบนดใหญ่ที่มีคมสองข้ำงเกี่ยวทั่วร่ำงเพิก (เปิด) หนังเนื้อและเอนน
น้อยใหญ่ให้หลุดขำดออกมำจนกว่ำจะตำย
สถำน10 คือ ให้เอำมีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจำกกำยแต่ทีละตำลึง(นำเนื้อมำชั่งให้
ได้น้ำหนักหนึ่งตำลึง:มำตรำวัดสมัยโบรำณ) จนกว่ำจะสิ้นมังสำ (เนื้อ)
สถำน 11 คือ ให้แล่สับทั่วร่ำงแล้ว เอำแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีด! รูดขูดเสำะหนังและ
เนื้อแลเอนนน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่ำงกระดูก
สถำน 12 คือ ให้นอนลงโดยข้ำง หนึ่งแล้วให้เอำหลำวเหลนกตอกลงไปโดยช่องหูให้
แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขำทั้ง สองข้ำงหมุนเวียนไปดังบุคคลทำบังเวียน (เวียนเทียน)
- 143. สถำน 13 คือ ทำมิให้หนังพังหนังขำด แล้วเอำลูกสีลำ (ลูกหิน) บดทุกกระดูกให้แหลก
ย่อย แล้วรวบผมเข้ำทั้งสิ้น ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเปนนกองเปนนลอม แล้วพับห่อ
เนื้อหนังกับทั้งกระดูกนั้นทอดวำงไว้ดั่งตั่งอันทำด้วยฟำงซึ่งเอำ ไว้เชนดเท้ำ
สถำน 14 คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่ำน แล้วลำดสำดลงมำแต่ศีศะ (ศีรษะ)
จนกว่ำจะตำย
สถำน 15 คือ ให้กักขังสุนัขร้ำยทั้งหลำยไว้อดอำหำรหลำยวันให้เตนมอยำกแล้วปล่อย
ให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่ำงกระดูกเปล่ำ
- 144. สถำน 16 คือ ให้เอำขวำนผ่ำอกทั้งเปนนแหกออกดั่งโครงเนื้อ
สถำน 17 คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อย จนกว่ำจะตำย
สถำน 18 คือ ให้ขุดหลุมฝังเพียงเอว แล้วเอำฟำงปกลงคลุมร่ำงก่อนคลอกด้วยเพลิงพอ
หนังไหม้แล้วไถด้วยไถเหลนก ให้เปนนท่อนน้อยท่อนใหญ่เปนนริ้วน้อยริ้วใหญ่
สถำน 19 คือ ให้เชือดเนื้อล่ำออกทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนมให้ กินเนื้อตัวเอง
จนกว่ำจะตำย
สถำน 20 คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยำวจนกว่ำจะตำย
สถำน 21 คือ ตีด้วยหวำยที่มีหนำมจนกว่ำจะตำย
- 149. การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องตาม
วัฒนธรรม๑. ใช้ภาษาให้ถูกต้องตามแบบแผนของภาษาไทย
๒. ใช้ภาษาสุภาพ ไม่ใช้คาหยาบคายหรือคาผวนที่ทาให้ความหมาย
เป็นไปในทางหยาบ
๓. ใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจน ในการพูดและการอ่านออกเสียง เพื่อการ
สื่อสารทาความเข้าใจกันได้ถูกต้อง เช่น การพูดอักขระ ร คาควบกล้าให้
ชัดเจน ไม่พูดว่า เรียน เป็นเลียน
๔. ใช้ภาษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน ก่อให้เกิดความร่วมมือ ร่วม
ใจกัน
๕. ใช้ภาษาไทยถูกต้องตามกาลเทศะและเหมาะกับฐานะของบุคคล
๖. ใช้ภาษาให้ถูกต้องตามสานวนภาษา
๗. ไม่นาภาษาต่างประเทศเข้ามาใช้หากไม่จาเป็น การใช้ภาษาไทยให้
ถูกต้องตามวัฒนธรรม จะต้องใช้ภาษาไทยโดยไม่มีภาษาต่างประเทศที่ยังไม่มี
การยอมรับเข้ามาทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน
๘.ใช้ภาษาไทยเพื่อสร้างสรรค์วรรณกรรม
- 160. ตัวเป็น หมายถึง
ผีฟ้ า หมายถึง
น้ากัด หมายถึง
แรงน่องหมายถึง
ตะแล็ปแก๊ป
พลตระเวน
อาแดง หมายถึง
เป็นชิ้น หมายถึง
ภาษาเปลี่ยนแปลงมาตลอด
สัตว์
เทวดา
น้าแข็ง
จักรยาน
โทรเลข
ตารวจ
นางสาว
เป็นแฟน
- 161. ๔ ภำษำไทยมีระดับ มีควำมแตกต่ำงกันในกลุ่มย่อย
๕ ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสาคัญที่สุดในการบันทึกและ
ถ่ายทอดวัฒนธรรมไทย
๖ ภำษำไทยเปนนเครื่องสะท้อนให้เหนนวัฒนธรรมไทย โดย
กำรอำศัยภำษำไทยเปนนเครื่องมือ
๗ ภาษาไทยสัมพันธ์กับวัฒนธรรมไทยในแง่ที่ว่า การใช้
ภาษาในสังคมไทยนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม เช่น วัฒนธรรม
ในการใช้ระดับภาษา
ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมกับ
ภาษาไทย